รีวิว VietJetAir ดานัง-โตเกียว ทริปเดียวบินเที่ยว 2 ประเทศ

ทริปที่ทุกคนควรวางไว้บินหลังไวรัส COVID_19 หายไปมากที่สุด คือทริปดี ๆ จาก VietJetAir ดานัง-โตเกียว เที่ยวครั้งเดียวได้ถึงสองเลยยย

VietJetAir FlyforLove Da Nang to Tokyo
❤️
ทริปเดียวต้องเที่ยวให้คุ้ม!! ❤️

📅วันลามีน้อย ต้องเที่ยวให้คุ้ม!!✈️ ตามแอดมา…ลาทีเดียวเที่ยว 2 ประเทศ ดานัง-โตเกียว
🌊หยุดน้อยแต่เที่ยวแยะ ไปทริปเดียวเที่ยวได้ 2 ประเทศ แอดจับตั๋วบินทริปนี้กับ เวียดเจ็ทแอร์ บินต่อเครื่องไป ดานัง(เวียดนาม) และ โตเกียว(ญี่ปุ่น) บินไปหามุมถ่ายรูปอัพโพรไฟล์สวยๆกันจุใจ
📣คำแนะนำ: ตอนเดินทางขาไปกระเป๋าเดินทางต้องโหลดกัน 2 รอบนะจ๊ะ…รับกระเป๋าที่สนามบินดานังก่อน แล้วค่อยเช็คอินไฟลท์บินไปโตเกียวต่ออีกรอบนึง
VZ960 กรุงเทพ – ดานัง 10.50-12.30 น.
VJ936 ดานัง – โตเกียว (ฮาเนดะ) 18.10 – 01.00 น.
VJ937 โตเกียว (ฮาเนดะ) – ดานัง 02.30-06.40 น.
VZ961 ดานัง – กรุงเทพ 13.15 – 14.55 น.
✌🏻แต่ถ้าจองตั๋วจัดทริปแบบแอดต้องเลือกจองตั๋วทั้ง 2 รอบเอาเองนะเธอ 📣แต่ก็มีข้อดีตรงที่เราเลือกเวลาเองได้ จะแวะเที่ยวตอนไหนก็จัดเวลาเอาได้เลย!
ส่วนทริปเที่ยวที่เวียดนามทริปก่อนหน้านี้ เราพามาเที่ยวที่ดานัง ฮอยอัน บานาฮิลล์ กันแล้ว คราวนี้แอดจะพาๆไปเที่ยวที่ เว้ หรือ Hue ที่เป็นเมืองเก่า อารมณ์เหมือนเที่ยวอยุธยา/สุโขทัย กันแทนนะจ๊ะ
Da Nang Hoi An Ba Na Hills
เดินชมสถาปัตยกรรมเก่าๆหามุมถ่ายรูปกันแบบ 1 Day Trip ที่เมืองเว้ กันจ้า!!

ส่วนที่ญี่ปุ่นคราวนี้ ถึงจะมีเวลาน้อย แต่ก็ตามเก็บทริปเที่ยวพ้อยท์ถ่ายรูปสวยๆให้จุใจคุ้มเวลาเที่ยวกันได้เลยนะจ๊ะ!

++วัดแมวกวัก วัดโกโทคุจิ Gōtokuji Temple++

วัดต้นกำเนิดของแมวกวัก ใครที่เป็นทาสแมวแนะนำเลย!! มาเก็บภาพที่นี่กับบรรดาแมวกวักน้อยใหญ่หน้าตาจิ้มลิ้มที่วางเรียงรายกันอยู่ริมวิหารของวัด สำหรับทาสแมวอย่างเราเห็นแล้วฟินมากกกกกก 555
ที่ตั้ง:
เวลาทำการ: 6.00 – 18.00 น. (สำนักงานวัด 9.00 – 16.30 น.)
การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Odakyu สาย Odawara Line จาก Shinjuku มาลงที่สถานี Gotokuji (ประมาณ20นาที) แล้วเดินตาม Google Map ไป หรือสังเกตคนที่เดินตามทางก้ได้นะทางไหนมีคนเดินเยอะหน่อยก็เดินตามเค้าไปได้เลย ^^

หรือเดินใกล้อีกนิดแต่นั่งรถเพิ่มอีกต่อนึงคือ >>> พอลงรถไฟที่สถานี Gotokuji แล้วเดินข้ามไปอีกนิดไปขึ้นรถรางสาย Tokyu Setagaya ที่สถานี Yamashita นั่งต่อไปอีก 1 สถานีให้ลงที่ Miyanosaka แล้วเดินไปอีกแค่ 300 เมตร
GPS: 35.647732, 139.647253

ที่รอบเจดีย์ไม้โบราณมีไม้แกะสลักเป็นน้องแมวประดับอยูรอบๆด้วยนะ…ต้องขอบคุณคุณลุงที่มาสะกิดให้เราดูหามุมเหมียวด้วยนะคะ

นอกจากมมุมพันแมวจุด Photo Spot ยอดฮิตแล้ว ที่วัดนี้ยังมีเจดีย์ไม้หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางสวนญี่ปุ่นในวัด ให้ถ่ายรูปกันได้ด้วยนะจ๊ะ

มุมพันแมว กับแมวกวักนับพันตัวที่ วัดโกโทคุจิ Gōtokuji Temple เดินเข้ามาด้านในสุดก็จะเจอมุมนี้แล้วจ้า

แผ่นไม้ขอพร “Ema” 絵馬 มีรูปแมวกวัก เขียนขอพรแล้วแขวนไว้เพื่อขอให้สมหวัง ตามความธรรมเนียมของวัดญี่ปุ่นมีแขวนเอาไว้เต็มกระดานไม้เลยล่ะ แถมที่วัดนี้เค้าจะมีให้เช่าแมวกกวักไว้ขอพร สนนราคามีตั้งแต่ 300 – 5,000¥

อันนี้ไม่แน่ใจว่าเอากลับบ้านไปตั้งได้ด้วยมั้ยนะ ?

มุมสวนญี่ปุ่นและเจดีย์ไม้ที่วัดแมวกวัก มุมแบบนี้ถ่ายง่ายๆด้วยกล้อง Gopro Hero 8 ตัวเล็กจิ๋วแต่คุณภาพไฟล์ไม่เล็กเลย!! เอามาแต่งภาพขุดรายละเอียดไฟล์กันได้เต็มที่แบบนี้เลยนะ!!

ที่ต่อไปเราแวะมาที่นี่ >>> teamLab Borderless @ MORI Building DIGITAL ART MUSEUM
❤️ TeamLab Borderless งาน Performance Art Exhibition ที่เจ๋งสุดๆแอดเองอยากจะมาที่นี่นานแล้วแต่เพิ่งมีโอกาสได้มาก็ทริปนี้ล่ะจ้า! ที่นี่เค้ามีคอนเซ็ปท์ว่า Borderless โลกศิลปะไร้ขอบเขต ทุกคนที่เข้ามาจะถูกดูดเข้าไปในโลกแห่งศิลปะที่ไร้ขอบเขตแลฃะเปลี่ยนแปลงได้ตามความเคลื่อนไหวของทุกคน ให้เราได้ปลดปล่อยตัวเองเข้าสู่โลกที่เป็นหนึ่งเดียวกั
ที่นี่มีมุมถ่ายรูปเล่นกับแสวไฟสวยๆเด็ดๆเพียบ!! แต่อาจจะถ่ายยากหน่อยเพราะในพื้นที่งานแสงน้อยมากๆ อาจจะต้องจับกล้องหรือมือถือให้นิ่งๆถึงจะได้ภาพสวยๆมานะจ๊ะ
ที่ตั้ง: MORI Building DIGITAL ART MUSEUM โอไดบะ, โตเกียว
เวลาทำการ 10:00-19:00
การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Yurikamome ลงสถานี Aomi แล้วเดินต่อไปที่อาคาร MORI Building อีกประมาณ 5 นาที (สังเกตป้ายบอกทางที่ติดอยู่ข้างถนนด้วยล่ะ) หรือเดินเข้าไปทาง Venus Fort และเดินทะลุ Megaweb Toyota City Showcase ไปก็ได้เหมือนกัน
Website: https://borderless.teamlab.art/th
👉🏻มาที่นี่แล้วขากลับก็แวะเดินเล่นที่สารพัดห้างในโซนโอไดบะ หรือจะไปถ่ายรูปคู่กับกันดั้มยักษ์ หรือ เทพีเสรีภาพและสะพานสายรุ้งกันได้ต่อเลย
teamLab Borderless @ MORI Building DIGITAL ART MUSEUM teamLab Borderless @ MORI Building DIGITAL ART MUSEUMteamLab Borderless @ MORI Building DIGITAL ART MUSEUM

ตรงนี้ก็เจ๋งงงงง!! โซน The Crystal World โซนไฟที่เป็นเหมือนไฟดาวตกแต่มีเยอะเต็มพื้นที่ห้องที่ล้อมรอบด้วยกระจกทั้งหมด หามุมสวยๆครีเอทช็อตถ่ายรูปกันได้เพียบ!!
The Crystal World The Crystal World The Crystal World
โซน Bubble Ball สารพัดสี มุมนี้เดินเล่นเพลินๆ ถ่ายรูปกันชิลๆได้จ้า
Bubble Ball
Forest of Flowers โซนพื้นที่ดอกไม้ที่จะเปลี่ยนไปตามความเคลื่อนไหวของคนที่มาเข้าชม ที่ห้องนี้เหมือนเขาวงกตลวงตาเล็ก ๆ แสงไฟในโซนนี้ค่อนข้างน้อยมากๆ ถ่ายรูปยากพอควรเลยล่ะ!
Forest of Flowers
ปิดท้ายสุดที่นี่ >>> IG Spot กลางเมืองย่านช้อปปิ้ง Tokyou Plaza Omotesando Harajuku
จุดถ่ายรูปชิคๆที่โด่งดังบน IG ที่หน้าห้างฯ Tokyu Plaza ตรงสี่แยก Jingumae ระหว่างฮาราจุกุ (โซนแฟชั่นวัยรุ่น) และโอโมเตะซันโดะ (ถนนแบรนด์เนม)
มุมนี้เป็นทางขึ้นห้างฯที่ตกแต่งด้วยกระจกสามเหลี่ยมวางให้เป็นมุมสะท้อนดูแล้วคล้ายกับเอฟเฟคท์ของกล้องคาไลโดสโคป ผลงานการออกแบบของ Hiroshi Nakamura & NAP + Takenaka Corporation มุมนี้ใครที่แวะมาย่านนี้แล้วอยากได้รูปสวยๆแนะนำเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาดจ้า!!
ที่ตั้ง: Tokyu Plaza Omotesando Harajuku
4 Chome-30-3 Jingumae, Shibuya City, Tokyo 150-0001, Japan
การเดินทาง: รถไฟใต้ดินสาย Fukutoshin Line สถานี Meiji-jingumae Station
รถไฟใต้ดินสาย Chiyoda Line สถานี Omote-Sando Station แล้วเดินอีกประมาณ 10 นาที
หรือจะนั่งรถไฟ JR Yamanote Line มาลงที่สถานี Harajaku แวะถ่ายรูปที่สถานี แล้วเดินเที่ยวที่ Takeshita Street ก่อนค่อยแวะมาที่นี่ก็ได้นะ
Website: https://omohara.tokyu-plaza.com/
GPS: 35.668608, 139.705830
Tokyou Plaza Omotesando Harajuku Tokyou Plaza Omotesando Harajuku
หมดวันเที่ยวในโตเกียวไปอย่างรวดเร็วสุด 555 ก็ถึงคิวบินกลับไปเวียดนามกันละจร้า!! ขากลับแอดบินกลับด้วยไฟลท์ 👉🏻VJ937 โตเกียว (ฮาเนดะ) – ดานัง 03.00-07.10 น. (ใช้เวลาเดินทาง 6ช.ม. 10นาที)
🛬มาถึงที่ดานังเรียบร้อย ผ่าน ตม. + รับกระเป๋า ก็ประมาณ 9 โมงเช้า ☀️ช่วงปลายปีแบบนี้ ที่ดานังอากาศเย็นกำลังชิลเลยล่ะ อุณหภูมิประมาณ 18 – 25 องศา เรียกว่าเที่ยวกันได้สบายๆใส่เสื้อแจ็กเก็ตบางๆตัวเดียวก็เอาอยู๋แล้ว 👍🏻
🚙การเดินทางจากสนามบินไปโรงแรมที่พักในตัวเมืองดานัง แนะนำว่ามาที่นี่ให้เรียก Grab ใช้งานจะได้ราคาที่เราคำนวนได้มากกว่านั่งรถแท็กซี่มิเตอร์ ส่วนใครที่ไม่ใช่สายสตรีทฟู๊ดหรือหาร้านของกินโดนใจไม่ได้ก็สั่ง GrabFood เอาก็ได้นะ 555
ว่ากันเรื่องที่พักต่อเลย...มาคราวนี้แอดมาพักที่ โรงแรม White Sand Hotel and Apartment โรงแรมระดับ 3 ดาว ตั้งอยู่ใกล้ๆกับสะพานมังกรทอง(ฝั่งหัวมังกร) เดินทางสะดวก เรื่องวิวรอบข้างอาจจะไม่แจ่มเหมือนรร.ที่ติดริมแม่น้ำ แต่พนักงานต้อนรับที่นี่อัธยาศัยดีน่ารักมากๆเลยล่ะ
โรงแรม White Sand Hotel and Apartment
ที่ตั้ง: 89-91 Võ Văn Kiệt, Phước Mỹ, Sơn Trà, Đà Nẵng 550000, Vietnam
GPS: 16.062829, 108.242269�
ปล.มุมที่ถ่ายนี้ มองเห็นป้อมปราการธงใหญ่ที่หน้าเมืองเว้
Kinh Thah Hue
ทริปเวียดนามขอกลับคราวนี้เราเลือกไปเที่ยวที่เมืองเว้ เมืองมรดกโลกอีกแห่งนึงของเวียดนาม ไปเดินชมสถาปัตยกรรมเก่าๆหามุมถ่ายรูปกันแบบ 1 Day Trip พี่แท็กซี่ที่เหมาให้เวลาเราเที่ยวได้ทั้งวันเช้ายันเย็นเลยมีเวลาพอที่จะเก็บที่เที่ยวในเว้ได้หลายจุด
ค่ารถแท็กซี่เหมาทั้งวันไปเว้ เก็บที่เที่ยวดังให้ครบ(ตามแรงจะไปไหว555) อยู่ที่ 1,800,000 VND (ประมาณ 2,365 บ.) ส่วนค่าเข้าชมแนะนำให้ซื้อบัตรแบบเหมา 3 ที่ พระราชวังเว้, สุสานจักรพรรดิมิงห์หม่าง และสุสานจักรพรรดิไคดิงห์ ราคา 280,000 ดอง (ประมาณ 365 บาท) จะคุ้มค่ากว่าเน้อ!
ที่ตั้ง: Imperial Citadel Hue, Thua Tien Hue, Vietnam
เวลาทำการ: ทุกวัน 08:00 – 17:00 น. / เฉพาะวันพฤหัสบดี 08:00 – 22:00 น.
GPS: 16.467658, 107.579198
Imperial Citadel Hue
พระราชวังเว้ (Imperial Citadel Hue)
พระราชวังเก่าของราชวงศ์เหงียน ราชวงศ์สุดท้ายของเวียดนาม รูปแบบสถาปัตยกรรมของพระราชวังเว้ ได้รับอิทธิพลของศิลปวัฒนธรรมจีนมาเต็มๆ
พระราชวังเว้ หรือ Imperial Citadel Hue ถูกสร้างขึ้นในปี 1803 ยึดตามแบบอย่างจากพระราชวังวังต้องห้ามของจีน ตัววังทั้งหมดถูกล้อมรอบด้วยป้อมปราการชั้นนอกและกำแพงเมืองที่ครอบคลุมทั้งเมืองและวังเอาไว้ ส่วนของพระราชวังชั้นในที่เป็นจุดท่องเที่ยวของเราวันนี้ เรียกว่า Imperial City หรือ “เมืองจักรพรรดิ” ทางเข้าชมในปัจจุบันคือประตูเที่ยงวัน ประตูทางเข้าด้านทิศใต้ที่สมัยก่อนนั้นมีสิทธิ์ใช้ได้เฉพาะจักรพรรดิเท่านั้น และชั้นในสุดเป็นส่วนของพระราชวังต้องห้าม พระราชวังถูกบูรณะเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว และขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก UNESCO ในปี 1993
ที่ตั้ง: Imperial Citadel Hue, Thua Tien Hue, Vietnam
เวลาทำการ: ทุกวัน 08:00 – 17:00 น. / เฉพาะวันพฤหัสบดี 08:00 – 22:00 น.
GPS: 16.467658, 107.579198
Imperial Citadel Hue

ภายในตัวพระราชวังเว้ หรือ Imperial Citadel Hue ถูกสร้างตามแบบอย่างจากพระราชวังวังต้องห้ามของจีน รูปแบบการก่อสร้างและการตกแต่งมีอิทธิพลของศิลปกรรมจีนชัดเจน
Imperial Citadel Hue
ในส่วนของวังด้านในมีมุมสวยๆให้ถ่ายรูปเพียบ! แต่ช่วงนี้เสียดายที่พระราชวังชั้นในสุดปิดซ่อมปรับปรุง เลยไม่ได้เข้าไปเดินเที่ยวเลยจ้า
Imperial Citadel Hue Imperial Citadel Hue
พระราชวังเว้แห่งนี้ในอดีตถูกทำลายเกือบหมดทั้งเมืองในช่วงสงคราม แต่ก็ได้รับการบูรณะ สร้างขึ้นมาใหม่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเวียดนา
Imperial Citadel Hue Imperial Citadel Hue Imperial Citadel Hue
สุสานจักรพรรดิมิงห์หม่าง Tomb of Minh Mang
สุสานของจักรพรรดิมินห์หม่าง จักรพรรดิองค์ที่2 ของราชวงศ์เว้ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเว้ออกมาประมาณ 12 กม. สร้างขึ้นตามคติจีนโบราณ จัดวางฮวงจุ้ยตามตำรา บรรยากาศรอบที่นี่เงียบสงบ นักท่องเที่ยวไม่เยอะเหมือนที่พระราชวังเว้ ส่วนค่าเข้าชมนั้นแนะนำให้ซื้อบัตรแบบเหมา 3 ที่ พระราชวังเว้, สุสานจักรพรรดิมิงห์หม่าง และสุสานจักรพรรดิไคดิงห์ ราคา 280,000 ดอง (ประมาณ 365 บาท) จะคุ้มค่ากว่าเน้อ!
มุมนี้คือด้านประตูหลักของสุสาน ใครอยากได้พร๊อพอย่างหมวกงอบไว้ถ่ายรูปก็มีขายที่หน้าทางเข้านี่เองนะ (แต่ราคาจะแพงกว่าซื้อในเมือง)
ที่ตั้ง: QL49, Hương Thọ, Hương Trà, Thừa Thiên Huế, Vietnam
เวลาทำการ: ทุกวัน 07:00 – 17:30 น.
GPS: 16.387818, 107.568297
Tomb of Minh Mang
มุนด้านในสุสานเมื่อเดินเข้ามาแล้วจะพบกับ ลานกว้างที่มีรูปสลักหินของข้าราชบริพาร รวมถึงพาหนะในสมัยโบราณ ที่คอยรับใช้องค์จักรพรรดิในโลกแห่งความตาย ด้านในที่มองเห็นเป็นอาคารที่จัดวางศิลาจารึกและแท่นบูชาดวงพระวิญญาณของจักรพรรดิ
Tomb of Minh Mang
สะพานข้ามสระน้ำจากอาคารศิลาจารึก สู่ตำหนักแท่นบูชา มีอาหารปลาวางขายด้วยนะ ใครอยากได้รูปที่มีน้องปลาเป็นระยะหน้าก็อย่าลืมแวะให้อาหารน้องๆด้วยล่ะ
Tomb of Minh Mang
มุมที่สวยที่สุดภายใน สุสานจักรพรรดิมิงห์หม่าง Tomb of Minh Mang เรายกให้ที่ตรงนี้ เป็นสะพานทางเดินข้ามสระน้ำจากแท่นบูชา สู่พระตำหนักชั้นใน มุมมองได้สมมาตรสวยงามมากๆ
Tomb of Minh Mang
มุมนี้ก็สวยไม่แพ้กัน มุมมองจากทางเดินระเบียงก่อนสะพานข้ามบึงน้ำไปยัง หลุมฝังพระบรมศพจักรพรรดิมินห์หม่าง

Tomb of Minh Mang
สุสานจักรพรรดิไคดิงห์ Royal Tomb of Khai Dinh King
สำหรับเราแล้วสุสานแห่งนี้สวยที่สุด อลังการที่สุด ที่นี่ถูกสร้างด้วยศิลปกรรมและคติแบบจีนผสมฝรั่งเศส ใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 11 ปี ที่นี่เป็นที่ท่องเที่ยวฮิตของนักท่องเที่ยวคนจะเยอะกว่าที่ สุสานจักรพรรดิมิงห์หม่าง Tomb of Minh Mang ช่วงถ่ายรูปก็รอจังหวะคนซาลงนิดนึงก็จะได้รูปแบบไม่ติดคนแบบเราแล้วจ้า! 
ที่ตั้ง: Khải Định, Thủy Bằng, Hương Thủy, Thừa Thiên Huế 530000, Vietnam
เวลาทำการ: ทุกวัน 07:00 – 17:30 น.
GPS: 16.399119, 107.590470
Royal Tomb of Khai Dinh King Royal Tomb of Khai Dinh King
ตัวอาคาร สุสานจักรพรรดิไคดิงห์ Royal Tomb of Khai Dinh King ดูสวยงามแปลกตามาก โครงสร้างและการตกแต่งภายนอกและภายในเป็นแบบฝั่งเศสดูคล้ายๆพระราชวังแวร์ซายกลายๆ แต่ลวดลายที่ประดับตกแต่งเป็นลวดลายแบบศิลปะจีนเกือบทั้งหมด ด้านหน้าอาคารซุ้มประตูรูปทรงแบบตะวันตกแต่ประดับด้วยลายมังกรแบบจีน สวยงามแปลกตาจริงๆ
Royal Tomb of Khai Dinh King
จากด้านล่างสุดต้องเดินขึ้นบันไดไปที่สุสานด้านบนทั้งหมด 109 ขั้น แมีลานพักทั้งหมด 5 ชั้น ลานชั้นที่ 2 นอกจากซุ้มอาคารที่ตั้งจารึกที่พระเจ้าเบาได๋ ได้สร้างไว้เพื่อรำลึกถึงพระบิดาจักรพรรดิไคดิงห์ ยังรายล้อมไปด้วยรูปปั้นหินของช้าง ม้า ข้า และข้าราชบริพารราชการทั้งบู๊และบุ๋น
Royal Tomb of Khai Dinh King Royal Tomb of Khai Dinh King
ด้านในของสุสานรูปแบบการตกแต่งเป็นแบบตะวันตก แต่ลวดลายภายในแทนที่ด้วยลวดลายประดับแบบช่างจีนแทน บนเพดานเป็นภาพวาดมังกรในม่านเมฆแบบจีน ภาพวาดแห่งนี้มีตำนานเรื่องเล่าต่างกันไปหลายแขนง บางที่บอกว่าศิลปินวาดด้วยเท้า บางที่บอกว่าใช้วิธีห้อยหัววาดแทน เพราะเวลาองค์จักรพรรดิมาตรวจดูงจะได้ไม่มองเห็นแต่เท้าของจิตกร อันนี้ก็แล้วแต่ใครจะเชื่อตำนานไหนกันนะคะ
Royal Tomb of Khai Dinh King
ห้องโถงกลางจัดวางรูปหล่อขนาดเท่าองค์จริงของจักรพรรดิไคดิงห์ที่สั่งทำจากฝรั่งเศส ประทับอยู่บนบัลลังก์ที่ตกแต่งลวดลายวิจิตร อลังการมาก ๆ ด้านในอาคารสุสานยังมีห้องที่จัดแสดงเครื่องใช้ต่างๆของจักรพรรดิไคดิงห์อีกด้วย
Da Nang Hoi An Ba Na Hills Da Nang Hoi An Ba Na Hills
✌🏻แต่ถ้าจองตั๋วจัดทริปแบบแอดต้องเลือกจองตั๋วทั้ง 2 รอบเอาเองนะเธอ 📣แต่ก็มีข้อดีตรงที่เราเลือกเวลาเองได้ จะแวะเที่ยวตอนไหนก็จัดเวลาเอาได้เลย!
=👉🏻ตอนเลือกจองไฟลท์ให้เลือกจองแบบนี้ไว้เลยนะ =
📍กรุงเทพ (สุวรรณภูมิ) – ดานัง (เวียดนาม) ราคาโปร 2,xxx บ. (ค่าธรรมเนียม 1286 + 1336)
📍ดานัง (เวียดนาม) – โตเกียว (ฮาเนดะ) ราคาโปร 4,xxx บ. (ค่าธรรมเนียม 2,044.01 + 2,414.67)
🔥แนะนำให้เลือกจองช่วงโปร 0 บาท “ช่วงเวลาเวียดเจ็ท” สนนราคารวมแล้วได้ตั๋วบินไปเที่ยวดานัง+ญี่ปุ่น ราคาถูกๆแน่นอน!!
👍🏻ขาไปต่อแรกที่บินก็เลยบินรวดเดียวไปญี่ปุ่น 2 ต่อแบบนี้ไปเลยทีเดียว
🛫VZ960 BKK กรุงเทพ (สุวรรณภูมิ) 10:50 – DAD ดานัง (เวียดนาม) 12:30 (ใช้เวลาบิน 1 ช.ม. 40นาที)
📌ไฟลท์บินขาไปที่เลือกมีเวลาเปลี่ยนเครื่องให้แอดอยู่ประมาณ 5 ชม. ซึ่งตอนลงเครื่องเดินไปถึงที่ตม.ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที แต่รอต่อคิวตรวจหนังสือเดินทางช้านิดนึงนะ พอเสร็จแล้วเดินไปรับกระเป๋าต่อที่สายพานใกล้ๆ แล้วเดินออกไปนอกสนามบิน รวมใช้เวลาไม่เกิน 30 นาทีเองจ๊ะ
ออกจากสนามบิน เดินเลี้ยวขวาแค่ 30 – 40 ก้าว ก็เลี้ยวเข้าประตูไปได้เลย แล้วไปรอโหลดกระเป๋าเช็คอินไฟลท์ถัดไปกันต่อ ในสนามบินที่ดานังมีที่นั่งไม่เยอะนะ แนะนำให้มองหามุมชั้นลอยที่เป็นร้านกาแฟ และ ร้านอาหาร ขึ้นไปนั่งรอสบายๆก่อนที่จะถึงเวลาเช็คอินโหลดกระเป๋าได้เลย
🛫VJ936 DAD ดานัง (เวียดนาม) 18:10 – HND โตเกียว (ฮาเนดะ) 01:00 (ใช้เวลาบิน 4 ช.ม. 50นาที)
😱ไฟลท์นี้เป็นเส้นทางใหม่ที่เพิ่งเปิดรูทได้ไม่นานบอกเลยว่านั่งได้สบายสุดๆอิอิ ตามกำหนดเวลาไปถึงที่สนามบินฮาเนดะประมาณตี1 ไปถึงแล้วก็หาที่นั่งๆนอนๆรอรถไฟเข้าเมืองเที่ยวแรกสุดกันอีกทีนะจ๊ะ (แอดแนะนำให้เดินไปที่ชั้น4 Edo Ko-Ji ตรงแถวใต้สะพานจำลองจะมีที่นั่งพักอยู่ คนน้อยกว่าเก้าอี้ผู้โดยสารแถวๆหน้าสถานีรถไฟที่ชั้น 3 ด้วย)
รถไฟเข้าเมือง Monorail เที่ยวแรกประมาณ 05:15 นาที นั่งไปลงที่สถานี Hamamatsucho แล้วต่อรถไฟ JR Yamanote ไปลงที่พักย่านอุเอโนะที่สถานี Okachimachi (ลงที่สถานีนี้เดินไปแถวตลาดอาเมโยโกะจะใกล้กว่าลงที่สถานี Ueno จ้า)
แอดเลือกพักย่าน Ueno เพราะเดินทางสะดวก หาของกินง่ายอยู่ใกล้ๆกับตลาดของกิน (ตลาดอาเมโยโกะ/ตึกม่วง) แถมราคาที่พักก็ไม่แพงด้วยนะจ๊ะ!!
Check In and Boarding Pass