Promotion2U โปรโมชั่นทูยู Promotion ลดราคา Sale คูปอง ส่วนลด
Promotion2U, โปรโมชั่นทูยู คลิกเดียวครบ รวมทุกโปรโมชั่นให้คุณเช็คก่อนช้อป, ลดราคา, Sale, Promotion, คูปอง, ส่วนลด




ท่องเที่ยวและเดินทาง

December 14, 2010

วิธีจองตั๋วเครื่องบินราคาถูกกับโปรโมชั่นแอร์เอเชีย !!

LINE it!

วิธีจองตั๋วเครื่องบินราคาถูกกับโปรโมชั่นแอร์เอเชีย !!

วิธีจองตั๋วเครื่องบินราคาถูกกับโปรโมชั่นแอร์เอเชีย !!

ขอยกเอาบทความของ คุณ ยุ่งชะมัด…สัตวแพทย์จากพันทิพห้อง Blueplanet ที่เขียนบทความเกี่ยวกับรายละเอียดวิธีการจองตั๋วเครื่องบินกับโปรโมชั่นของ AirAsia มาไว้อ้างอิงสำหรับท่านที่อยากจะได้ตั๋วเครื่องบินราคาถูกแบบสุดคุ้มกับแอร์เอเชีย


รวมมิตร FAQ แอร์เอเชีย : หลากหลายข้อสงสัยมากมาย รับโปรโมชั่น Free Seat แบบกั๊กๆ ที่ไม่รู้จะกั๊กไปไหน [8 พฤศจิกายน 2553 : 23.00 น.]

สวัสดีครับ หลังจากที่ผมกลับมาจากเกาหลีเรียบร้อยกับแอร์เอเชียเอ๊กซ์ ซึ่งผมได้มีโอกาสไปบินไฟล์ทปฐมฤกษ์มา (โปรเปิดตัว 74 ริงกิต–ไม่มีสปอนเซอร์) ก็ถึงเวลาที่ทุกๆ ท่านรอคอยกันแล้ว นั่นก็คือ โปรโมชั่น Free Seat ซึ่งหลายๆ คนหวังว่าคงจะเป็นโปรโมชั่นที่แรงที่สุดในรอบปี คือในเดือนพฤศจิกายนนี้นี่เอง หลายๆ คนคงจะเคยสอยตั๋วไปฮ่องกง ในราคาไป-กลับเพียง 1,386 บาท กับโปร Free Seat พฤศจิกายน 2552 กันไปแล้ว และหลายๆ คนก็สอยโปร 107 บาท บินข้ามภาค เชียงใหม่-ภูเก็ต บินกันสนั่นหวั่นไหว จนแทบปั๊มเงินปั๊มทองเที่ยวไม่ทันกันเป็นแถบๆๆ แถมจองตั๋วล่วงหน้าค่อนปี ซะลืมไปแล้วว่า จองชาตินี้ กว่าจะได้บินก็ชาติหน้า

หลายๆ ท่านก็คงจะคุ้นเคยกับโปรฯ จองชาตินี้ บินชาติหน้ากันมามากมายอยู่แล้วนะครับ ผมคงมิบังอาจสอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ สำหรับท่านเทพแอร์เอเชียที่สอยกันคล่อง หลับตาสอยได้ไม่เจอผึ้งแล้ว ก็ผ่านกระทู้นี้ไปเถอะครับ ส่วนกระทู้นี้ เหมาะสำหรับมือใหม่หัดสอย ซึ่งมีมาในทุกหน้าเทศกาลหางแดงบอร์ดแดงเทือกอยู่แล้ว ซึ่งอารมณ์ที่ผมเข้าใจ ก็คงรู้สึกตื่นเต้น ยิ่งหากไม่เคยมีประสบการณ์การจองมาก่อน ก็ต้องการคำแนะนำในการจองบ้าง

กระทู้นี้ขอขอบคุณ คุณโบ (BO Lovely) ที่เล่นดัมมี่เอาลิ๊งค์ราคาโปรมาปล่อยให้เราได้ล่วงรู้ๆ กันก่อน เพราะไม่งั้นผมก็คงเขียนเรื่องราคาไม่ออกจริงๆ แต่อย่างไรผมขอความกรุณาทุกท่านว่า ถ้าหากรู้อะไรก่อนแล้ว อย่าไปต่อว่า หรือไปวิพากษ์วิจารณ์ ใน FB ของสายการบินเขาเลยครับ ไว้ค่อยเปิดจอง หรือโปรโมชั่นได้ถูกประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว ค่อยว่ากันจะดีกว่า และอีกคนหนึ่งคือ น้องบัวลอย (bualoy) ที่ได้ช่วยตรวจทานเพิ่มเติมเนื้อหาอีกครั้งหนึ่ง (จริงๆ พิมพ์ลง word มาได้เกือบ 2 วันแล้วครับ แต่ช่วงนี้แฮ๊งค์ จริงจัง)

…. คำถามทั่วๆ ไป ที่บางท่านอาจจะสงสัยกันนิดๆ หน่อยๆ ….

Q : สิ่งที่เปลี่ยนไปจากโปรโมชั่น Free Seat ในทุกๆ ครั้ง ??? มีอะไรบ้างเอ่ย
A : สังเกตไหมครับ แต่ก่อนนู้นนน สมัยยุคแรกเริ่ม โปรแอร์เอเชีย Free Seat ที่เริ่มมีมาครั้งแรกให้โต้รุ่งกันตั้งแต่ คืนวันที่ 6 ธันวาคม 2548 (เดินทาง กุมภาพันธ์-มิถุนายน 2549) พี่ท่านก็จะฟรีจริง อะไรจริง ไม่ได้กั๊กมากมาย แถมเดินทางได้กระชั้นด้วย แต่ราคาโปร 0 บาท ณ เวลานั้น บินภายในประเทศ 480.50 บาท/เที่ยวบิน บินไป-กลับ 961 บาท ก็ถูกแล้วนะครับ

และ สมัยที่ยังคิดค่า Fuel Surcharge (ปี 2548-2552) ค่าตั๋วโปร 0 บาทก็ยังค่อนข้างสูง อย่างบางช่วงโปร 0 บาท 1 บาท เริ่มต้นก็ 8xx บาท/เที่ยวเข้าไปแล้ว ในช่วงปี 2550 มีช่วงที่ลดค่าธรรมเนียมน้ำมันลง เหลือ 642 บาทให้ชื่นใจบ้าง …… ก็จนกระทั่งวันที่ 24 มิถุนายน 2552 นี่หล่ะครับ ที่ยกเลิกการคิดค่า Fuel Surcharge และ Admin Fee ค่าตั๋วโปร 0 บาทก็เลยถูกมากมายจริงๆ ใครๆ ก็บินไปสิงคโปร์ ไป-กลับ 1,400 บาทกันได้ง่ายๆ แต่ก็ดีใจได้ไม่นาน เพราะหลังจากนั้น แอร์เอเชียก็เริ่มคิดค่าหยุมหยิม Convenience Fee ในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2552 และปล่อยโปร Free Seat 0 บาทกระจาย บางท่านก็เลยได้บินไป-กลับ ฮ่องกง 1,386 บาทกันสนั่นทีเดียว ..

หลังๆ พอพี่ท่านติดลมบนแล้ว เสือสิงคโปร์ก็ป่วยปีกบินหนีหมด น้องดาวเค้าก็อยู่เงียบๆ ของเค้า ส่วนในไทย แก๊งค์นกกับโอเลี้ยงก็อยู่บ้านเก่าดอนเมืองทำรังน้อยแต่พอตัวไม่ไปไหน ส่วนเสือน้อยลูกป้าหางม่วงก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้เกิด ดังนั้น คุณพี่หางแดงก็เลยเกิดอาการ “กั๊ก” โปรโมชั่น อย่างที่เห็นๆ อย่างเมื่อเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม จากเดิมใช้ชื่อว่า Free Seat มาตลอดหลายปี ก็เปลี่ยนกลายเป็นโปร Big Sale ส่วนเดือนพฤษภาคม ซึ่งก็ควรจะเป็น Free Seat แต่ก็เป็น Free Seat แบบไม่เต็มเต่ง

นั่น ก็คือ กลายเป็นโปร Free Seat + Big Sale ออกโปรแบบกั๊กๆ เส้นทางทำเงิน ยอดนิยมก็ไม่มี 0 บาทให้ลุ้นเลย ยิ่งเส้นทางบินไกลๆ ยอดนิยมของแอร์เอเชียเอ๊กซ์ อย่าง เกาหลี, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, ลอนดอน อย่าได้หวังว่าจะมี 0 บาทเล็ดรอดออกมาเลยครับ ถ้าจะเจอได้อย่างเก่งก็เส้นทางพวกเมืองจีน หรือ อินเดียเท่านั้นเอง

หลังๆ มาพี่หางแดงท่านเริ่มเหิมเกริมหนัก นอกจากจะขึ้นค่าโหลดกระเป๋าหน้าเคาน์เตอร์เป็น 400 บาท (และ 428 บาท สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ) ล่าสุดเพิ่งขึ้นค่า Convenience Fee (ค่าธรรมเนียมรูดบัตรเครดิต) เป็น 70 บาท/คน/เที่ยว (หรือ 74.90 บาท สำหรับเส้นทางภายในประเทศ) และดูมีวี่แววว่าจะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมอีกหลายๆ อย่าง ดังนั้น ถ้าจะคิดบินกับเจ้านี้ เราก็ต้องรู้หลบเป็นหลบ หลีกเป็นหลีก เลี่ยงอะไรได้ก็เลี่ยงไป ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นจะดีที่สุดครับ

Q : แล้วพี่เอ๊กซ์ AirAsia X จะมีโปรโมชั่นออกมาอีกไหม ?
A : ส่วนตัวผมคิดว่าน่าจะมีครับ แต่อาจจะออกโปรฯ ตามหลังมา 1 สัปดาห์ สำหรับใครที่เล็งๆ จะไปเกาหลี, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย ในช่วงเวลานี้ ก็จองตั๋วไปกัวลาลัมเปอร์ พลางๆ ก่อนก็ได้ครับ แล้วสัปดาห์หน้าค่อยสอยตั๋วแอร์เอเชียเอ๊กซ์ แต่ราคาโปรฯ คงไม่ 0 บาทหน่ะครับ คิดว่าน่าจะแพงกว่าโปรฯ เปิดตัวไม่มากเท่าไหร่นะครับ

Q : ถ้าจะเดินทางช่วง 1 กรกฎาคม – 10 สิงหาคม 2554 มีโอกาสจะเจอโปรโมชั่นเยอะไหม ??
A : เนื่องจากโปรฯ งวดนี้เคยเปิดขายมาแล้วก็หลายรอบครับ ไม่ว่าจะเป็นรอบ Big Sale เดือนสิงหาคม หรือ รอบล่าสุด 100 บาท ดังนั้นถ้าจะเดินทางในช่วงเวลานี้ อาจจะหาโปรฯ ได้ยากขึ้นหน่อยนะครับ บางเที่ยวอาจจะไม่มีโปรโมชั่นถูกแล้ว แต่บางเที่ยว คนที่จองไปงวดก่อน อาจจะโดนดัดหลังจนปวดหลังเลยก็เป็นได้ครับ

Q : แล้วหลังจากนี้จะมีโปรฯ มาดัดหลังอีกมั้ย ??
(หมายเหตุ : โปรดัดหลัง/หักหลัง = โปรที่จองก่อนแต่จ่ายแพงกว่า เพราะเจอของถูกกว่ามาตลบหลังนั่นเอง สร้างความชอกช้ำให้กับมือจองโปรมานักต่อนักแล้ว)
A : ส่วนตัวผม เส้นทางที่จองได้อย่างสบายใจ ไม่มีทางโดนดัดได้แน่ๆ ก็คือ เชียงใหม่, นราธิวาส, อุบลราชธานี รวมไปถึงเส้นทางข้ามภาค ภูเก็ต-อุบลฯ , ภูเก็ต-อุดรฯ หรือเส้นทางประเทศเพื่อนบ้านอย่าง พม่า, พนมเปญ และ โฮจิมินห์ซิตี้ ซึ่งเป็นโปร 0 บาทของแท้ครับ

ส่วนเส้นทางฮิตอื่นๆ อย่าง สิงคโปร์, มาเก๊า, ฮ่องกง, เซินเจิ้น, กวางโจว และไทเป หรือบาหลี ก็ไม่น่าจะถูกไม่กว่านี้แล้วครับ ยิ่งบาหลี เป็นช่วงที่ถือว่า peak พอดี ดังนั้น ถ้าเจอโปรก็สอยได้เลยครับ

แต่เส้นทางอื่นๆ อย่างเส้นทางภายในประเทศอื่นๆ ส่วนตัวผมคิดว่าอาจจะมีโอกาสถูกได้กว่านี้ หรือ บางทีอาจจะเจอโปรฯ ที่แพงกว่านี้นิดหน่อย แต่จองได้กระชั้นกว่านี้ครับ ยิ่งถ้าจะเดินทาง กรกฎาคม-กันยายน 2554 ซึ่งถือว่าเป็นช่วงโลว์ของปีหน้า โอกาสเจอโปรดัดหลังก็ยังนับว่ามีโอกาสอยู่สูงครับ แต่ถ้าเดินทาง ตุลาคม-พฤศจิกายนไปแล้ว โอกาสเจอโปรดัดหลังก็น้อยลงไปตามลำดับครับ

ภาพ นี้คือ พี่เอ๊กซ์ AirAsia X เครื่องบินแบบแอร์บัส A330-300 ที่บินเส้นทางระยะไกลจากกัวลาลัมเปอร์ครับ สัปดาห์นี้ยังไม่เปิดให้จอง แต่สัปดาห์หน้าไม่แน่ครับ ยังไงก็จองตั๋วจากไทยไปรอที่กัวลาลัมเปอร์ก่อนแล้วกันครับ

สำหรับกระทู้ FAQ ต้อนรับโปร Free Seat แบบกั๊กๆ เดือนพฤศจิกายน 2553 นี้
ผมขอแยกเป็น 4 ส่วนครับ เหมาะสำหรับมือใหม่หัดสอยครับ
1. เตรียมตัวอย่างไรจึงจะสอยตั๋วถูกเหล่านี้มาบินได้ ??
2. กระบวนการ และ ปัญหาที่มักพบเจอขณะจอง หรือหลังจากการจอง ??
3. สอยมาตั๋วแล้ว กว่าจะได้บินก็อีก 8-12 เดือน เราจะรู้ได้ไงว่าได้บินจริงๆ ??
4. ใกล้ๆ จะบินแล้วควรจะต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง ก่อนจะไปบิน ??

สำหรับ ท่านใด ที่ยังมืดแปดด้านไม่ทราบว่า จะบินกับแอร์เอเชียไปเที่ยวไหนดี ขอแนะนำกระทู้รุ่น Free Seat เดือนพฤษภาคม 2553 ที่ผมได้แนะนำที่เที่ยวหลายๆ แห่งกับแอร์เอเชีย ทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศครับ สามารถตามไปอ่านได้ที่กระทู้นี้

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E9261135/E9261135.html

Part 1 : เตรียมตัวอย่างไรจึงจะสอยตั๋วถูกเหล่านี้มาบินได้ ??

Q : เราจะรู้ได้ไงว่าแอร์เอเชียจะออกโปรถูกๆ แบบนี้ เมื่อไหร่ ???
A : ตามปกติแอร์เอเชียจะปล่อยโปรถูกๆ เฉลี่ยทุกๆ 3 เดือน โดยประมาณสัปดาห์ที่ 2-3 ของเดือน กุมภาพันธ์, พฤษภาคม, สิงหาคม และ พฤศจิกายน ไม่พลาดไปจากนี้ครับ เว้นแต่บางช่วงเวลาเช่นเมื่อต้นปี โปรฯ เดือนกุมภาพันธ์ เลื่อนมาออกต้นเดือนมีนาคมแทน เนื่องจากการปรับปรุงระบบใหม่ และบางช่วงก็อาจจะมีโปรฯ ถูกๆ เข้ามาแทรกกลางได้ อาทิเช่นช่วงที่ผ่านมามีโปรฯ ฉลองผู้โดยสารครบรอบ 100 ล้านคน ก็มีโปร 100 บาทเป็นต้น

แต่ในช่วงเวลาปกติ ก็จะมีโปรโมชั่นประจำสัปดาห์ ส่วนมากมักจะเป็นโปรโมชั่นเดินทางเดือนหน้า หรือล่วงหน้าประมาณ 3-4 เดือนแล้วแต่ช่วง ซึ่งจะเริ่มเปิดจองในทุกๆ คืนวันอาทิตย์ 5 ทุ่มครับ

Q : ทำอย่างไรถึงจะรู้ว่ามีโปรโมชั่นแอร์เอเชีย ???
A : ตามเกาะเจาะติดที่ Blueplanet นี่หล่ะครับ จะมีม้าเร็วนำข่าวล่ามาไวมาบอกเอง พร้อมกับลิ๊งค์ราคาโปรโมชั่น ซึ่งอันนี้ผมต้องขอซูฮก ยกความดีความชอบให้กับคุณ BO Lovely ซึ่งเป็นม้าเร็วนำลิ๊งค์ราคาโปรโมชั่นแบบชัวร์ๆ ให้รู้กันก่อนใคร

Q : โปรโมชั่นแอร์เอเชีย ที่จะเปิดจองในวันที่ 8 พฤศจิกายน 23.00 น. นี้ มีอะไรบ้าง ??
ถ้าสรุปคร่าวๆ นะครับ ราคาต่อไปนี้รวมภาษีทุกอย่างแล้ว พร้อมบินได้ทันที

ช่วง เวลาจอง : เปิดจองวันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2553 ตั้งแต่เวลา 23.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) จนถึงวันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน 2553 เวลา 23.00 น.

ช่วงเวลาเดินทาง : 1 กรกฎาคม – 10 พฤศจิกายน 2554

## เดินทางจากกรุงเทพ ##
เชียงใหม่, นราธิวาส, อุบลราชธานี = 107 บาท/เที่ยวบิน
เชียงราย, อุดรธานี, นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี = 427 บาท/เที่ยวบิน
หาดใหญ่, ภูเก็ต, กระบี่ = 641 บาท/เที่ยวบิน (ไม่รู้จะกั๊กไปไหน ถือว่าเป็นเส้นทางขายดี ฝรั่งเต็มตลอด)

## เส้นทางบินภายในประเทศข้ามภาค ##
ภูเก็ต-อุดรธานี / ภูเก็ต-อุบลราชธานี = 107 บาท/เที่ยวบิน
อุดรธานี-ภูเก็ต / อุบลราชธานี-ภูเก็ต = 53.50 บาท/เที่ยวบิน
เชียงใหม่-ภูเก็ต / ภูเก็ต-เชียงใหม่ = 427 บาท/เที่ยวบิน (กั๊กจริง อะไรจริง คิดถึงโปร 107 บาทจริงๆ)
เชียงใหม่-หาดใหญ่ / หาดใหญ่-เชียงใหม่ = 690 บาท เปิดบิน 24 มกราคม 2554 (เปิดจองตั๋ว 17-28 พฤศจิกายน 2553)

## เส้นทางบินระหว่างประเทศ ราคา ไป-กลับ รวมภาษีสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ไม่รวมภาษีสนามบินขากลับ (ชำระเองในวันเดินทาง) ##

กรุงเทพ – พนมเปญ ไป-กลับ 850 บาท (ไม่รวมภาษีสนามบินโปเชนตง ขากลับ 25 USD และค่าวีซ่าเข้าประเทศกัมพูชาอีก 20 USD)
กรุงเทพ – ย่างกุ้ง ไป-กลับ 910 บาท (ไม่รวมภาษีสนามบินมิงกาลาดอน ขากลับ 10 USD และค่าวีซ่าเข้าประเทศพม่า)
กรุงเทพ – บาหลี ไป-กลับ 1,698 บาท (ไม่รวมภาษีสนามบินงูราไร ขากลับ 150,000 Rp) (**ยอดฮิต)
กรุงเทพ – จาร์กาต้า (QZ) ไป-กลับ 2,298 บาท (ไม่รวมภาษีสนามบินขากลับ 150,000 Rp)
กรุงเทพ – สุราบายา (QZ) ไป-กลับ 2,298 บาท (ไม่รวมภาษีสนามบินขากลับ 150,000 Rp)
ภูเก็ต – จาร์กาต้า (FD) ไป-กลับ 1,698 บาท (ไม่รวมภาษีสนามบินขากลับ 150,000 Rp)
ภูเก็ต – บาหลี (FD) โปรเปิดเส้นทางใหม่ 790 บาท ไป-กลับ 2,280 บาท (ไม่รวมภาษีสนามบินขากลับ 150,000 Rp) (เดินทาง 17 ธันวาคม 2553 – 10 พฤศจิกายน 2554)

## เส้นทางบินระหว่างประเทศ ราคาไป-กลับ รวมภาษีสนามบินทุกอย่างแล้ว พร้อมบินได้ ##

กรุงเทพ – โฮจิมินห์ซิตี้ ไป-กลับ 1,490 บาท
กรุงเทพ – ฮานอย ไป-กลับ 1,938 บาท
กรุงเทพ – เซินเจิ้น ไป-กลับ 1,957 บาท
กรุงเทพ – กวางโจว ไป-กลับ 2,787 บาท
กรุงเทพ – มาเก๊า ไป-กลับ 2,348 บาท (**ยอดฮิต)
กรุงเทพ – ไทเป ไป-กลับ 2,278 บาท (**ยอดฮิต)
กรุงเทพ – กัลกัตต้า (อินเดีย) ไป-กลับ 2,993 บาท
กรุงเทพ – นิวเดลลี (อินเดีย) ไป-กลับ 4,508 บาท
กรุงเทพ – ปีนัง ไป-กลับ 1,853 บาท
กรุงเทพ / ภูเก็ต – ฮ่องกง ไป-กลับ 2,604 บาท (**ยอดฮิต)
กรุงเทพ / ภูเก็ต – สิงคโปร์ ไป-กลับ 2,058 บาท (**ยอดฮิต)
กรุงเทพ / ภูเก็ต – กัวลาลัมเปอร์ ไป-กลับ 1,573 บาท
เชียงใหม่ – กัวลาลัมเปอร์ ไป-กลับ 1,973 บาท
เชียงใหม่ – สิงคโปร์ **เส้นทางใหม่ ไป-กลับ 3,040 บาท
(เปิดบินวันแรก 24 มกราคม 2554 เปิดจองตั๋ว 17-28 พฤศจิกายน 2553)
หาดใหญ่ – กัวลาลัมเปอร์ ไป-กลับ 975 บาท
กระบี่ – กัวลาลัมเปอร์ ไป-กลับ 1,273 บาท

Q : ทำอย่างไรจึงจะได้ตั๋วราคานี้มาครอบครอง ? ปกติราคาตั๋วพวกนี้จะหาพบเจอได้อย่างไร ??
A : โปรโมชั่นจะมีกำหนดช่วงระยะเวลาเดินทาง ตัวอย่างเช่น โปรโมชั่นนี้เดินทางได้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม – 10 พฤศจิกายน 2554 ดังนั้น ถ้าเราค้นหาเที่ยวบินนอกเหนือจากช่วงเวลานี้ ก็จะไม่พบราคาโปรโมชั่น และที่สำคัญ ราคาโปรโมชั่น มักจะไม่มีในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ (อาทิเช่น อาสาฬหบูชา, วันแม่, ปิยมหาราช) จะพบราคาโปรโมชั่นได้มากในช่วงการเดินทางกลางสัปดาห์ครับ ส่วนการบินออกจากกรุงเทพวันศุกร์ และ กลับเข้ากรุงวันอาทิตย์ ก็อาจจะไม่มีราคาโปรโมชั่นได้เช่นกัน

Q : โปรโมชั่นตั๋วบินถูกๆ แบบนี้จองที่ไหนได้บ้าง จองผ่าน Call Center, เคาน์เตอร์ที่สนามบินได้ไหม ???
A : โปรโมชั่นบินราคาถูก ต้องจองผ่านเว็บไซต์เท่านั้นครับ ไม่รับจองผ่านช่องทางอื่น ดังนั้น คลิ๊กไปได้เลยที่ http://www.airasia.com หากยังไม่เคยเป็นสมาชิกเว็บไซต์ ก็รีบไปสมัครสมาชิกก่อนเลยครับ (ตรงแถบบนด้านซ้าย) เวลาจองตั๋วก็ล๊อกอินเข้าระบบก่อน ซึ่งจะทำให้ เราสามารถเข้ามาดูรายละเอียด และจัดการรายการจองในภายหลังได้โดยสะดวกครับ

อีกวิธีการหนึ่งที่สะดวกมากๆ คือการจองตั๋วผ่านโทรศัพท์มือถือ ทางเว็บไซต์ http://mobile.airasia.com (สามารถเข้าจากทาง PC หรือโน๊ตบุ๊คปกติก็ได้ครับ) ซึ่งก็สามารถจองตั๋วได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน หลายๆ ครั้งที่หน้าเว็บไซต์หลักล่ม แต่หน้าจอโมบายไม่ล่ม

Q : จองตั๋วนี้ ต้องระบุเที่ยวบิน และชื่อผู้โดยสารเลยไหม ?
A : ต้องระบุชื่อผู้โดยสาร เที่ยวบิน วันเดินทาง (จะจองขาเดียว หรือ ไป-กลับ ก็ได้ วันไหนก็ได้ตามใจชอบ) ดังนั้นจึงต้องมีการเตรียมตัวก่อนครับ เพราะจองแบบไม่ระบุชื่อผู้โดยสาร จองเหวี่ยงแหไม่ได้ครับ ที่สำคัญ หลังจากที่จองตั๋วแล้วต้องชำระเงินทันทีครับ

Q : แล้วสิ่งที่เราจะต้องเตรียมตัวในการจองตั๋วคืออะไรบ้าง ??
A : เนื่องจากตั๋วโปรโมชั่น สามารถเลื่อนวันได้ แต่มีค่าธรรมเนียมแพงมหาโหด และต้องชำระส่วนต่างราคาในอัตราที่สูงมาก อีกทั้งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชื่อผู้โดยสาร จึงไม่สามารถยกตั๋วให้ใครไปบินแทน หรือขายต่อก็ไม่ได้ ดังนั้น ควรจะต้องวางแผนการเดินทางตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนการจองตั๋วครับ

1. กำหนดเส้นทางการบิน เที่ยวบินขาไป-ขากลับ วันเดินทางไป-กลับ และจำนวนผู้โดยสารให้แน่นอน จะพาครอบครัว กิ๊ก แฟน เพื่อน ต้องกำหนดให้เรียบร้อยก่อนที่จะจองครับ เนื่องจาก การมาจองเพิ่มทีหลัง อาจจะไม่ได้ราคาตั๋วโปรโมชั่นที่ถูกๆ แบบนี้อีก (สำหรับเส้นทางยอดฮิต ควรกำหนดเป็นแผน A B C ไว้เลยครับ เพราะบางที อาจจะไม่มีราคาโปรโมชั่นในเที่ยวบินที่เราอยากไป)

2. เตรียมรายชื่อ-นามสกุล ผู้โดยสารเป็นภาษาอังกฤษ สะกดให้ถูกต้อง (กรณีเดินทางไปต่างประเทศ) ส่วนการเดินทางภายในประเทศ เอาแค่อ่านออกเสียงเป็นชื่อนั้นได้ก็โอเคแล้วครับ แม้ยังไม่มีพาสปอร์ตก็ไม่เป็นไร ค่อยไปทำทีหลังก็ได้ครับ และ เตรียมจดวัน-เดือน-ปี เกิดของผู้โดยสารแต่ละคนด้วย เพราะเป็นช่องที่ต้องกรอกขณะทำการจอง ไม่สามารถเว้นได้ (จริงๆ กรอกมั่วก็ได้ แต่ถ้ากรอกให้ถูกต้องก็ดีกว่าครับ) ไม่ต้องกรอกพวกเลขที่บัตรประชาชนก็ได้ครับ

3. เตรียมอุปกรณ์การชำระเงินให้เรียบร้อย ซึ่งได้แก่ บัตรเครดิต ฯลฯ (ซึ่งจะอธิบายในข้อต่อไป)

แค่ฟังก็เหนื่อยแล้วใช่ไหมครับ …. อย่าเพิ่งเหนื่อยครับ
มาแวะทาน ข้าวมันไก่ สูตรมาเลย์ ที่อร่อยเหาะกว่าภัตตาคารมีสีกันดีกว่า ….


Q : เราจองตั๋วผ่านอินเตอร์เน็ต แล้วจะชำระเงินได้อย่างไรบ้าง ???
A : สำหรับการชำระเงินที่ง่ายและสะดวกที่สุด นั่นก็คือ การชำระเงินผ่านบัตรเครดิต Visa, Mastercard จะใช้บัตรใครก็ได้ รูดแทนกันได้หมดครับ ขอให้มีวงเงินให้ตัดบัตรได้ก็เพียงพอแล้วครับ โดยสิ่งที่เราต้องมีก็คือ ชื่อ-นามสกุล ผู้ถือบัตรสะกดให้ถูกต้องเป็นภาษาอังกฤษ, เลขที่บัตรเครดิต 16 หลัก, เลข CVV ท้ายบัตร 3 ตัว (จะเป็นเลข 3 ตัวที่อยู่ตรงแถบเซ็นชื่อหลังบัตร), เดือน-ปี หมดอายุ และ ที่อยู่ในการจัดส่งเอกสารบัตรเครดิต กรอกข้อมูลทั้งหมดนี้ถูกต้อง มีวงเงินรูดได้ ก็ใช้จ่ายเงินได้แล้วครับ

แต่ บัตรเครดิตบางธนาคาร ที่มีบริการ Verified by VISA หรือ Mastercard SecureCode จะต้องสมัครบริการใส่รหัสผ่านเพื่อความปลอดภัยก่อนใช้จ่ายผ่านบัตรก่อนครับ (รู้สึกจะมีเพียงบัตรเครดิตเคทีซี, ซิตี้แบงค์ และ อีออน ที่ไม่มีบริการนี้ สามารถตัดบัตรได้รวดเร็วกว่า)

อย่างที่ว่าหล่ะครับ ข้อดีของการจ่ายบัตรเครดิตก็คือ สะดวกมาก และได้ประกันภัยคุ้มครองจากบัตรเครดิตด้วย (ในกรณีที่เครื่องบินเกิดอุบัติเหตุ จนทำให้ผู้ถือบัตรซึ่งเป็นผู้โดยสารเสียชีวิต) แต่ข้อเสียหลักก็คือ ปัจจุบันแอร์เอเชีย คิดค่าบริการรูดบัตรเครดิต หรือค่า Convenience Fee จากเดิม 50 บาทขึ้นเป็น 70 บาท/คน/เที่ยว (หรือ 74.90 บาทสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ) ตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ครับ (ถ้าบินไป-กลับกันหลายๆ คนก็จ่ายหนักหน่อย)

Q : หากไม่มีบัตรเครดิตจะจ่ายเงินออนไลน์ได้อย่างไร ???
A : ในกรณีที่ไม่มีเพื่อนฝูงหรือคนรู้จักที่มีบัตรเครดิตเลย เราต้องเลี่ยงไปชำระเงินผ่านช่องทางอื่น นั่นก็คือ การใช้บริการออนไลน์ของธนาคารไทยพาณิชย์ ภายใต้ชื่อ SCB Easy และการใช้บัตรเดบิต ที่เสมือนบัตรเครดิต ซึ่งที่นี้จะมีให้บริการอยู่ 2 เจ้า นั่นก็คือ บัตรเดบิตบีเฟิร์ส ธนาคารกรุงเทพ , บัตรเดบิต ธนาคารกสิกรไทย ซึ่งจะต้องเปิดบริการผ่านเครื่องเอทีเอ็มก่อนถึงจะซ็อตั๋วผ่านเนตได้ และ บัตร K-Webshopping Card ธนาคารกสิกรไทยครับ

ส่วนบัตรเดบิต (Visa Electron หรือ Mastercard Electronic) ของธนาคารเจ้าอื่น ไม่สามารถใช้ชำระเงินแทนบัตรเครดิตได้ครับ

หมายเหตุ : การใช้บัตรเดบิตบีเฟิร์ส / บัตรเดบิตกสิกรไทย และ บัตร K-Webshpping Card ที่สามารถรูดซื้อตั๋วเสมือนบัตรเครดิต จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงค่า Convenience Fee ได้ ยังไงก็ต้องโดนค่าธรรมเนียมนี้ด้วยครับ

Q : มีวิธีการไหนบ้างที่จะหลีกเลี่ยงเจ้าค่า Convenience Fee ได้บ้าง ??
A : กรณีทำการจองผ่านเว็บไซต์ สามารถชำระเงินผ่านบริการ SCB Easy ของธนาคารไทยพาณิชย์ได้ครับ ซึ่งเราก็คลิ๊กตรงหมวด บริการเดบิต ตอนชำระเงินได้เลย แล้วเราก็ล๊อกอินเข้าสู่ระบบ SCB Easy ตัดเงินเรียบร้อย เราก็จะได้ตั๋ว โดยที่ไม่ต้องเสียค่า Convenience Fee

แต่ข้อจำกัดของ SCB Easy ก็มีอยู่คือ สามารถใช้จองตั๋วเฉพาะเที่ยวบินภายในประเทศไทย หรือเที่ยวบินระหว่างประเทศขาเดียว หรือ ไป-กลับ ที่มีต้นทางจากไทยเท่านั้น (อาทิเช่น จองตั๋ว กรุงเทพ-ฮ่องกง-กรุงเทพ จ่ายด้วย SCB Easy ได้ แต่ ถ้าจองตั๋ว มาเก๊า-กรุงเทพ ขาเดียว จ่ายด้วย SCB Easy ไม่ได้ ต้องรูดบัตรสถานเดียวครับ)

Q : จะสมัครบริการ SCB Easy ได้อย่างไร ??
A : สำหรับผู้ที่มีบัญชีออมทรัพย์ธนาคารไทยพาณิชย์ และ มีบัตรเอทีเอ็ม หรือบัตรเดบิต ของไทยพาณิชย์อยู่แล้ว สามารถเข้าไปสมัครได้เองเลยที่ http://www.scbeasy.com แต่ถ้ายังไม่มีบัญชีออมทรัพย์ไทยพาณิชย์ ก็รีบไปเปิดบัญชีใหม่ได้เลยนะครับ ปัจจุบัน SCB บังคับให้เปิดบัญชีเริ่มต้นที่ 1,000 บาท และสมัครบัตรเดบิตอีก 350 บาท รวมเป็น 1,350 บาท ซึ่งเราก็จะได้รหัสบัตรเดบิต ไปสมัครบริการ SCB Easy ในอินเตอร์เน็ตด้วยตนเองได้ครับ สมัครแล้วก็ใช้จ่ายเงินค่าตั๋วแอร์เอเชียได้เลย

Q : หลังจากชำระเงินไปแล้ว จะรู้ได้อย่างไรว่าเราได้ตั๋วแล้ว ยังต้องไปรับตั๋วที่ไหนไหม ???
A : การจองตั๋วออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ต ตั๋วที่จะได้เป็นตั๋วแบบ E-ticket ซึ่งไม่จำเป็นต้องไปออกตั๋วที่ไหนอยู่แล้วครับ ภายหลังจากการตัดเงิน (ผ่านบัตรเครดิต หรือบริการ SCB Easy) ได้เรียบร้อยแล้ว เราจะได้หมายเลขยืนยันการสำรองที่นั่ง ซึ่งจะเป็นตัวอักษรปนเลข 6 ตัว (อาทิเช่น X8A3EB เป็นต้น) พร้อมสถานะขึ้นว่า Confirmed นั่นก็แปลว่าเราได้ตั๋วเรียบร้อยแล้ว พร้อมไปบินได้ครับ (หากสถานะขึ้นเป็นแบบอื่น จะกล่าวในหัวข้อต่อๆ ไปครับ) หลักจากนั้น ระบบก็จะส่งใบแจ้งรายละเอียดการจองมาเป็นไฟล์ Pdf ไปทางอีเมล์ที่ได้แจ้งไว้ครับ เราก็สามารถ print เพื่อเป็นหลักฐานในการเดินทางได้ทันที

Part 2 : กระบวนการ และ ปัญหาที่มักพบเจอขณะจอง หรือหลังจากการจอง ??

หลัง จากที่เราได้พอจะรู้คร่าวๆ แล้วว่า การจองตั๋วเป็นเช่นไร ตอนนี้เรามาลองจองกันจริงๆ เลยนะครับ ส่วนตัวผมแนะนำว่า ควรซ้อมจองดูก่อน เพื่อความคล่องเวลาโปรโมชั่นมา จะได้ไม่ลนลานจองผิดจองถูกครับ ซึ่งกระบวนการจองจะมีจุดที่ต้องระวังอยู่บ้างเหมือนกันครับ

Q : การล๊อกอิน กับ ไม่ล๊อกอิน เข้าระบบที่เว็บไซต์แอร์เอเชีย แตกต่างกันอย่างไร ???
A : ข้อดีของการล๊อกอิน (มี username เป็นอีเมล์ และใส่รหัสผ่าน) ก็คือเราจะสามารถเข้าไปดูรายละเอียดการจองต่างๆ และเลือกซื้อบริการเสริมเพิ่มเติมได้ง่ายกว่า ส่วนการไม่ล๊อกอิน หรือการจองผ่านมือถือ (http://mobile.airasia.com) รายการที่เราจองจะไม่เข้าไปรวมเป็นกลุ่มก้อน ซึ่งเวลาเราไปซื้อบริการเสริมอื่นเพิ่มเติม เราก็จะต้องกรอกรหัสการจอง วันเดินทางไป และนามสกุลผู้โดยสารในหมวด non-member ซึ่งก็จะสามารถเข้าไปซื้อบริการเสริมต่างๆ ในภายหลังได้เหมือนกัน แต่จะมีขั้นตอนที่มากกว่า ดังนั้น ส่วนตัวผมจึงแนะนำว่าควรจะล๊อกอินก่อนการจองครับ

Q : ผู้โดยสารผู้ใหญ่ (Adult) และเด็ก (Child) และ ทารก (Infant) ต่างกันอย่างไร ??
A : ผู้โดยสารที่มีอายุมากกว่า 2 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันเดินทาง ถือว่าเป็น Adult ซึ่งต้องจ่ายค่าตั๋วราคาเต็มเท่าผู้ใหญ่ ส่วนผู้โดยสารเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 7 วัน – 24 เดือน (2 ปี) ถือว่าเป็น Infant ซึ่งจะมีราคาค่าโดยสารเป็นอัตราพิเศษสำหรับทารก คิดอยู่ที่ 520 บาท/เที่ยวบิน สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ และ 557 บาท/เที่ยวบิน สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ (รวมภาษีแล้ว) เนื่องจากเราจองตั๋วล่วงหน้า > 8-12 เดือน จึงจำเป็นต้องคำนวณอายุให้พอดี เพราะตอนจองเด็กอาจจะยังเป็น Infant พอปีหน้าถึงเวลาบินอาจจะกลายเป็น Adult ซึ่งต้องซื้อที่นั่งราคาเต็มเท่าผู้ใหญ่ไปแล้วก็เป็นได้

สำหรับใคร หลายๆ คนที่ต้องการความประหยัด สามารถซื้อที่นั่งเป็น Adult ซึ่งราคาโปรโมชั่น 0 บาทจะถูกกว่าตั๋ว Infant แถมได้รับสิทธิ์แชร์น้ำหนักกระเป๋าร่วมกันได้ด้วยครับ เพียงแต่ตอนที่กรอกวัน-เดือน-ปี เกิดก็จะต้องใส่ปีเกิดให้เด็กกลายเป็น Adult นั่นเอง

ส่วน Child หมายถึงเด็กอายุ 2-12 ปี จริงๆ สิทธิ์ทุกอย่างเท่าเทียมกับ Adult เพราะจ่ายราคาเท่ากับ Adult เพียงแต่ว่า เด็กกลุ่มนี้ไม่สามารถเดินทางได้เองตามลำพัง จะต้องเดินทางพร้อมกับผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปครับ ส่วนเด็กอายุ 12-16 ปีสามารถเดินทางตามลำพังได้ เพียงแต่ผู้ปกครองจะต้องเซ็นต์ใบยินยอมอนุญาตให้เดินทางตามลำพัง เพราะสายการบินไม่มีเจ้าหน้าที่มาดูแลเด็กโดยเฉพาะ ส่วนผู้โดยสารอายุ 16-18 ปี สามารถเดินทางได้ตามลำพัง โดยผู้ปกครองไม่ต้องเซ็นชื่อใดๆ เพียงแต่ไม่สามารถพาเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีเดินทางไปด้วยกันตามลำพังได้เท่านั้น

Q : จะทราบได้อย่างไร ว่าเที่ยวบินที่เราจอง มีราคาโปรโมชั่นจริงๆ ??
A : หลังจากที่เราเข้าสู่หน้าจอค้นหาเที่ยวบินแล้ว ระบบก็จะแสดงเที่ยวบินและราคาขึ้นมาครับ ซึ่งตรงช่อง Promo Fare (ช่องซ้าย) ถ้ามีราคาโปรโมชั่น จะต้องขึ้นราคามาว่า 0 หรือ 299 หรือ 499 แบบในภาพครับ หากราคาไม่ได้ขึ้นมาแบบนี้ แปลว่าเที่ยวบินนั้นไม่มีราคาโปรโมชั่นครับ เราก็ต้องค้นหาใหม่อีกครั้งหนึ่ง

อย่างภาพประกอบนี้ (อาจจะใหญ่หน่อย) แสดงการจองตั๋วโปรโมชั่น 74 ริงกิต ซึ่งการหาตั๋วโปรโมชั่น เราจะต้องเห็นราคาโปรโมชั่นในช่อง Promo สีแดง แบบนี้เลยครับ ถึงแปลว่าเที่ยวบินนี้มีราคาโปรโมชั่น ถ้าไม่มีก็ต้องค้นหากันใหม่

แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน อย่าลืมดูแถบด้านขวาด้วยนะครับว่า ได้เลือกวันเดินทาง และเที่ยวบินได้ถูกต้องแล้ว
ก็คือถ้าจองแล้ว และรหัสการจองของเราขึ้นสถานะว่า Confirmed (ยืนยัน) แล้วเราก็ไม่ต้องทำอะไรครับ ก่อนวันเดินทาง เราก็ทำเว็บเช็คอิน print บอร์ดดิ้งพาสจากบ้าน ลากกระเป๋าไปสนามบินได้เลย สบายๆ ครับ

Q : ทำไมบางเที่ยวบิน เราเลือกผู้โดยสารตั้ง 3-4 คน ก็ยังเห็นราคาโปรโมชั่น แต่บางเที่ยวบิน เราเลือกได้แค่คนเดียว จึงจะเห็นราคาโปรโมชั่น ถ้าเลือกมากกว่านี้จะไม่เจอราคาโปรโมชั่น ???
A : เนื่องจากระบบการคิดราคาค่าโดยสารของแอร์เอเชีย จะคิดเงินเป็นระดับขั้นบันไดครับ สมมติว่า ในเที่ยวบินนี้ ทางสายการบินปล่อยโปรโมชั่นมาจำนวน 10 ที่นั่ง ผู้คนก็แย่งกันจับจองกันมากมาย จนเหลือแค่ 2 ที่นั่ง ณ เวลานั้น

หาก เราเข้าระบบมาค้นหาที่นั่งในเที่ยวบินนั้น โดยเลือกจำนวนผู้โดยสาร 3 คน ระบบก็จะโชว์ราคาระดับขั้นต่อไปโดยอัตโนมัติทั้ง 3 ที่นั่ง เพราะเที่ยวบินนั้นมีขั้นราคาโปรโมชั่นว่างแค่ 2 ที่นั่ง ซึ่งถ้าเราเลือกจำนวนผู้โดยสาร 2 คน เราก็จะค้นพบราคาโปรโมชั่น สำหรับ 2 ที่นั่งพอดี

ดังนั้น กรณีจะเดินทางกัน 3 คน แต่ปรากฏว่า มีที่นั่งราคาโปรโมชั่นแค่ 2 ที่นั่ง แนะนำให้จองแยกกันคือ จอง 2 คนในราคาโปรโมชั่น และอีกคนหนึ่ง ค่อยกลับมาจองในภายหลังกับโปรโมชั่นหน้า ซึ่งก็อาจจะแพงกว่าเล็กน้อย แต่ประหยัดกว่าการจองในครั้งนี้แน่ๆ (ซึ่งถ้าจองในครั้งนี้ 1 ที่นั่งที่เราจะจองเพิ่ม จะอยู่บนระดับขั้นที่สูงมาก จึงมีโอกาสโดนดัดหลัง ตลบหลังด้วยโปรโมชั่นถูกๆ ในภายหลังได้ครับ)

Q : ระหว่างจองๆ อยู่ดีๆ แล้วเจอผึ้ง Buzz Buzz บนหน้าจอแดงเทือก จะทำอย่างไรดี
A : ทำใจครับ อิอิ ก็กด back แล้วก็ทำรายการใหม่ เพราะมีโอกาสเจอได้อยู่แล้วในช่วงโปรโมชั่นออก นั่นหล่ะครับ เลยทำให้หลายๆ คนเกลียดผึ้งกันเป็นแถบๆๆ

Q : หลังจากได้เที่ยวบินถูกใจ เข้าสู่หน้าจอกรอกรายละเอียดผู้โดยสาร เราต้องกรอกอะไรบ้าง
A : สิ่งที่ต้องกรอก ก็คือ ชื่อ-นามสกุล และ วัน-เดือน-ปี เกิดของ ผู้โดยสาร ส่วนช่องอื่นๆ อย่าง สัญชาติ หรือ เลขที่บัตรประชาชน หรือพาสปอร์ต จะเว้นไว้ค่อยมาเติมทีหลังก็ได้ครับ (เพื่อความรวดเร็ว)

Q : แล้วบริการเสริมด้านล่างหล่ะ จะต้องซื้อเลยมั้ย หรือ ค่อยกลับมาซื้อก็ได้ ??
A : บริการเสริมด้านล่างชื่อของแต่ละคน ทั้ง บริการโหลดกระเป๋า อาหาร และ อุปกรณ์การนอน (ชุด comfort kit) สามารถมาเลือกซื้อในภายหลังได้ครับ ดังนั้น เราไม่ต้องเลือกอะไรทั้งนั้น ส่วนการโหลดกระเป๋า ระบบจะเลือกมาโดยอัตโนมัติว่าโหลด 20 กิโลกรัม เราจะต้องเข้าไปเลือกว่า No Check Bag เพื่อจะได้ไม่ต้องชำระค่าโหลดกระเป๋า

ค่าโหลดกระเป๋า จะมาชำระใกล้ๆ เดินทางก็ได้ครับ แต่ถ้าคิดว่า ยังไงก็ต้องโหลดกระเป๋าอยู่แล้ว และไม่อยากไปลุ้นว่า ใกล้ๆ เดินทางหางแดงจะขึ้นราคาค่าโหลดกระเป๋าหรือไม่ ก็เลือกโหลดไปเลยก็ได้ เพื่อความสะดวกครับ

อันล่างสุดก็จะเป็นเรื่องการเลือกที่นั่ง ซึ่งค่อยมาเลือกตอนใกล้ๆ จะเดินทางก็ได้ครับ หรือท่านใดอยากจะเลือกเลยก็ได้ (ค่าเลือก 50 บาทสำหรับที่นั่งปกติ และ 250 บาทสำหรับ Hot Seat) ส่วนตัวผมแนะนำค่อยมาเลือกดีกว่าครับ ถ้าหากเราไม่เลือก เราก็คลิ๊กปุ่มให้ระบบเลือกให้ และถ้าเจอ pop-up ก็คลิ๊ก No ก็จะเข้าสู่หน้าจอต่อไปครับ

Q : หน้าต่อไป เจออีกแล้ว บริการเสริมเรื่องประกันภัย เราจะต้องซื้อไหม ถ้าเราไม่ซื้อ แล้วเครื่องบินเกิดอุบัติเหตุเราจะได้อะไรหรือเปล่า ???
A : ปกติเรื่องประกันภัย สายการบินมีประกันภัยพื้นฐานให้อยู่แล้วครับ (หลักล้าน) ส่วนบริการเสริมเรื่องประกันภัยที่เค้าขาย ก็เป็นเพียงสิ่งที่เค้าขายเสริมเพิ่มเติมเพื่อความมั่นใจ ในกรณีที่เที่ยวบินดีเลย์ (มากกว่า 6 ชั่วโมงขึ้นไปถึงจะคุ้มครอง) หรือ กระเป๋าสูญหาย หรือ ญาติผู้ใหญ่, ลูกป่วย ไม่สามารถเดินทางได้ ก็จะได้รับความคุ้มครองครับ และถ้าในกรณีเครื่องบินเกิดอุบัติเหตุ ผู้โดยสารเสียชีวิต ผู้ที่ซื้อบริการเสริมนี้ ก็จะได้รับความคุ้มครองเพิ่มจากปกติอีก 2-3 ล้านบาทครับ

ซึ่งถ้าหาก ต้องการจะซื้อประกัน ต้องกด Yes ตรงนี้เลย จะเปลี่ยนใจกลับมาซื้อในภายหลังไม่ได้ แต่ถ้าเราไม่เอาก็กด No, Thank you ไปครับ ซึ่งก็จะขึ้นหน้าจออีกรอบว่า ไม่เอาประกันจริงๆ ใช้ไหม เราก็ยืนยันว่า No ไปอีกรอบหนึ่ง (ตื้อจริงๆ)

ส่วนภาพล่างนี้อธิบายเรื่องลำดับขั้นราคานะครับ …….
เพื่อ ความเข้าใจที่ยิ่งขึ้นครับ เพราะบางท่านอาจจะงงๆ ว่า ทำไมจองคนเดียวถึงได้ราคาโปรฯ แต่จอง 2 คนกลับไม่ได้ราคาโปรฯ เพราะแอร์เอเชียคิดค่าโดยสารเป็นระดับขั้นบันไดแบบนี้นี่เอง (ยิ่งจองกระชั้นมาก ส่วนมากก็ยิ่งแพงขึ้นครับ จองก่อนวันเดินทางนี่ส่วนมากแพงละลิ่วจริงๆ ช่วงเทศกาลไม่ต้องพูดถึงเลยครับ)

Q : เปิดหน้าจอหลายๆ browser เพื่อจองตั๋วหลายๆ เที่ยวในครั้งเดียวได้หรือไม่ ???
A : ไม่ควรเปิดครับ นอกจากจะล่มแล้ว พอเวลาตัดเงินจะกลายเป็นหน้าจอของอีกรหัสการจองหนึ่งแทน วุ่นวายมาก ควรจะจองให้เสร็จเป็นครั้งๆ ไปครับ

Q : หน้าจอชำระเงิน มีสิ่งไหนที่เราจะต้องสังเกตและระมัดระวังอีกไหม ??
A : สิ่งที่ไม่ควรพลาด ก็คืออย่าลืมดูยอดสรุปรายการจองตรงแถบด้านขวา ทั้งวันเดินทางไป-กลับ เที่ยวบิน ชื่อผู้โดยสาร และดูยอดเงินที่ต้องชำระว่าถูกต้องไหม แพงกว่าที่คิดไว้หรือเปล่า มีบริการเสริมอะไรที่เราไม่ต้องการจะเอา แต่เราคลิ๊กดันเลือกไปแล้วบ้าง (จะได้ไปเอาออกได้ทัน ก่อนชำระเงิน)

Q : การชำระเงิน ทำได้กี่รูปแบบ อย่างไรบ้าง ??
A : ตามปกติการชำระเงินหน้าเว็บไซต์ สามารถชำระเงินได้ทั้งหมด 4 รูปแบบ ก็คือ
1. บัตรเครดิต (และบัตรเดบิตที่ใช้ได้เสมือนบัตรเครดิต อาทิเช่นบัตรเดบิตบีเฟิร์ส บัตรเดบิตกสิกรไทย และ บัตร K-Webshopping Card) ซึ่งจะมีค่ารูดบัตร Convenience Fee 70 บาท (ไม่รวม vat สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ) ก็เข้าไปกรอกข้อมูลให้ถูกต้อง ทั้งเลขที่บัตรเครดิต, ชื่อผู้ถือบัตร (ใครก็ได้), เลข CVV ท้ายบัตร, เดือน-ปี หมดอายุของบัตร และที่อยู่ในการจัดส่งเอกสารบัตรเครดิต
2. บริการเดบิต (สำหรับไทยคือ SCB Easy เจ้าเดียวเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับบัตรเดบิตเจ้าอื่น) ซึ่งเราก็คลิ๊กต่อที่ปุ่ม pay by SCB แล้วเราก็จะเข้าสู่หน้าจอเข้าระบบ SCB Easy เราก็ล๊อกอินแล้วเลือกเข้าไปชำระเงินเองได้เลยครับ
3. E-Gift Voucher หรือบัตรกำนัลเงินสด (ซึ่งจะได้ก็ต่อเมื่อเที่ยวบินดีเลย์มากกว่า 2 ชั่วโมงขึ้นไป หรือใช้คะแนนสะสมของกสิกรฯ แลกเอา 2,000 คะแนนได้ E-Gift Voucher 200 บาท) ซึ่งถ้าหากเรามีตรงนี้ เราต้องชำระเงินด้วย E-Gift Voucher ก่อนการชำระเงินแบบอื่นๆ ครับ ระบบก็จะตัดยอดตรงส่วนนี้ไป แล้วต้องเลือกชำระด้วยบัตรเครดิตเท่านั้น
4. ยอด Credit Shell (วงเงินที่เก็บไว้ในระบบของแอร์เอเชีย จะได้วงเงินในกรณีที่มีการขอเงินคืนเมื่อเที่ยวบินถูกยกเลิก หรือขอคืนภาษีสนามบินภายหลังจากการเดินทาง ซึ่งวงเงินนี้จะมีอายุใช้งานได้เพียง 3 เดือนนับจากวันที่ร้องขอ)

กรณีชำระเงินผ่านการจองทางโทรศัพท์มือถือ (http://mobile.airasia.com) สามารถชำระได้ด้วยบัตรเครดิตเพียงช่องทางเดียวเท่านั้นครับ

Q : จองตั๋วผ่านหน้าเว็บไซต์ แล้วเจอผึ้ง Buzz Buzz เว็บล่มขณะที่กำลังจะตัดบัตรเครดิตเลย ให้ทำไงดี ???
A : ส่วนตัวผม จะพยายามกด back แล้วกดให้ระบบตัดเงินใหม่ ซึ่งถ้าเป็นเที่ยวบินเดียวกัน ชื่อผู้โดยสารคนเดียวกัน แต่ระบบตัดเงินสองครั้ง ทางแอร์เอเชียก็จะคืนเงินในส่วนที่เกินให้ แต่ถ้ากด back ไม่ได้ แล้วจะต้องจองตั๋วซ้ำใหม่อีกรอบ ต้องเลือกเที่ยวบินเดิม เวลาเดิม วันเดิมเป๊ะๆ นะครับ เพราะถ้าหากเกิดระบบแจ้งว่าได้สำรองที่นั่งเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่า เราไปจองตั๋ววันใหม่ เวลาใหม่มา ก็เท่ากับว่าเราจองใหม่เอง ไม่ถือว่าเป็นการจองซ้ำซ้อนกัน ขอเงินคืนไม่ได้นะครับ

Q : จองตั๋วผ่านมือถือ แล้วขึ้นสถานะ Pending ให้ทำอย่างไรดี ??
A : กรณีจองผ่านมือถือ แล้วสถานะขึ้น Pending ก็ไม่ต้องซีเรียสครับ เพราะถ้าเรากรอกข้อมูลทุกอย่างถูกต้อง เดี๋ยวสถานะก็จะกลายเป็น Confirmed (ยืนยัน) และมีอีเมล์แจ้งรายละเอียดการจองมาให้เองครับ แต่ว่าถ้าหากสถานะเป็น Decline ก็ให้เข้าไปในระบบ Manage My Booking เลือกเป็นกลุ่ม non-member แล้วใส่รหัสการจอง 6 ตัว พร้อมวันเดินทางไป และนามสกุลผู้โดยสาร เพื่อชำระเงินเพิ่มเติมในเว็บไซต์ก็ได้ครับ (ปกติรหัสการจองจะมีอายุอยู่ 2 ชั่วโมงภายหลังจากสถานะขึ้นว่า Needs Payment หรือ Decline ครับ)

Q : จองตั๋วผ่านเว็บ แล้วเจอสถานะ Needs Payment หรือ Decline หรือ Uncomfirmed ให้ทำอย่างไรดี ??
A : ถ้าระบบขึ้นแบบนี้ แปลว่าระบบตัดเงินไม่ได้ เราก็ต้องกลับไปที่ Manage My Booking (ล๊อกอินเข้าระบบ หรือกรณีไม่ได้ล๊อกอิน ก็ต้องเข้าในหมวด non-member แล้วใส่รหัสการจอง 6 ตัว พร้อมวันเดินทางขาไป และนามสกุลผู้โดยสาร) เพื่อเข้าไปชำระเงินเพิ่มเติม ภายใน 2 ชั่วโมงหลังจากการจองครับ

Q : การจองของเรา จะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ เราถึงจะสบายใจ นอนหลับได้แล้วว่าเรามีตั๋วชัวร์
A : สถานะการจองตั๋วของเราจะต้องขึ้นว่า Confirmed หรือ ยืนยัน ครับ นั่นหล่ะ การฟันฝ่าวิ่งสู้ฟัดแย่งที่นั่งโปรโมชั่นของเราได้สิ้นสุดลงแล้ว รอรับอีเมล์แจ้งรายละเอียดการเดินทางได้เลยครับ

Q : กรณีพบปัญหา ไม่แน่ใจว่าระบบล่มแล้ว เงินถูกตัดจากบัตรเครดิตเราหรือไม่ จะทำอย่างไรดี ??
A : ส่วนตัวผมแนะนำว่า ให้โทรหา Call Center ของบัตรเครดิตเจ้านั้นๆ ทันทีเลยครับว่ามีรายการขึ้นมาหรือไม่ (ส่วนใหญ่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว)

ส่วน Call Centre 02-5159999 ของแอร์เอเชีย เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 8.00 – 21.00 น. ครับ ถ้าหากยอดเงินถูกตัดจากบัตรเครดิตไปแล้ว ก็ลองโทรไปที่แอร์เอเชียตอนเช้าดูนะครับ (แต่ช่วงโปรโมชั่น จะโทรติดยากมากๆ จริงๆ รีบโทรตั้งแต่ 8 โมงจะดีที่สุดครับ)

Q : กรณีต้องการเดินทางต่อเครื่อง ควรต้องเผื่อเวลาต่อเครื่องอย่างน้อยกี่ชั่วโมง ??
A : ปกติแอร์เอเชียแนะนำให้เผื่อเวลาต่อเครื่องไว้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง แต่เนื่องจากสายการบินแอร์เอเชียให้บริการเที่ยวบินแบบ จุด ต่อ จุด ดังนั้นจึงจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหาย ในกรณีที่เกิดการพลาดเที่ยวบินต่อเนื่อง

ส่วนตัวผม ก็แล้วแต่สนามบินครับ ถ้าต่อเครื่องที่สุวรรณภูมิ ภายในประเทศ ต่อ ในประเทศ ถ้าไม่มีสัมภาระโหลด ซัก 1-1.30 ชั่วโมงก็เพียงพอครับ แต่ต้องทำเว็บเช็คอินให้เรียบร้อยนะครับ ส่วนถ้าภายในประเทศ ต่อ ระหว่างประเทศ ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง เนื่องจากต้องผ่านด่าน ตม. ที่สุวรรณภูมิ ซึ่งคิวอาจจะยาว จะได้ไม่ฉุกละหุกเกินไปครับ ส่วน การต่อเครื่องที่สนามบิน LCCT กัวลาลัมเปอร์ ผู้โดยสารทุกคนจะต้องผ่าน คิว ตม. ซึ่งบางทีก็อาจจะยาวและช้า จึงควรเผื่อเวลาไว้อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงจะกำลังสบายๆ ไม่ต้องรีบร้อนเกินไปครับ

ภาพประกอบ
ต้องขึ้นแบบนี้ หล่ะครับ ถึงจะแปลว่า เราได้ตั๋วมาแล้ว !!!
ไม่ต้องทำอะไรอีกนะครับ นอนตีพุงอยู่บ้าน ทำงานปั๊มเงินปั๊มทอง
รอไปอีก 8-12 เดือน ไว้พอใกล้ๆ วันเดินทางค่อยว่ากันใหม่

Part 3 : สอยมาตั๋วแล้ว กว่าจะได้บินก็อีก 8-12 เดือน เราจะรู้ได้ไงว่าได้บินจริงๆ ??

สิ่งที่สำคัญมากภายหลังจากการจอง อย่าลืมจดวันเดินทางไป-กลับ พร้อมเที่ยวบิน เวลาออกเดินทางลงในปฏิทินด้วยนะครับ เพราะเราจองล่วงหน้านานถึง 8-12 เดือนก่อนการเดินทาง มีโอกาสจะหลงลืมได้เหมือนกัน อย่างมีบางราย จองไปจองมา ลืมไปว่า อ่าว ช่วงเวลานี้ก็เคยจองตั๋วไปแล้ว กลายเป็นว่าจองทับกันเองซะอย่างนั้น เสียเงินซ้ำซ้อนอีก

Q : จองตั๋วไปแล้ว เพิ่งรู้ตัวว่าสะกดชื่อผิด // หรือมีการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล จะทำอย่างไร ??
A : โทรหา Call Centre 02-5159999 ได้เลยครับ หากชื่อสะกดผิดนิดๆ หน่อยๆ แค่ตัวอักษรเดียว แต่ยังสามารถอ่านออกเสียงโดยไม่ทำให้สื่อความหมายผิดไป เจ้าหน้าที่เค้าก็จะแก้ให้ได้เลยครับ แต่สะกดผิดไปเลย อาทิเช่น นามสกุล ชัยรินทร์ (chailin) ดันสะกดผิดเป็น ชัยพันธุ์ (chaipan) อันนี้ต้อง fax สำเนาพาสปอร์ตไปยืนยันได้ที่เบอร์ 02-5159998 เพื่อแก้ไขได้ฟรีครับ ….

ส่วน การเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ก็ทำได้โดยการ fax ใบแจ้งการเปลี่ยนชื่อ –นามสกุล หรือ กรณีแต่งงานเปลี่ยนนามสกุล ก็ fax ใบทะเบียนสมรสไปให้ เพียงเท่านี้ เจ้าหน้าที่เขาก็เปลี่ยนชื่อให้ได้ไม่มีปัญหาแล้วครับ

Q : หากเราอยากจะรู้เองว่า สายการบินมีการเปลี่ยนแปลงเวลาบินใหม่ไหม จะทำได้อย่างไร ??
A : ถ้าเป็นสมาชิกเว็บแอร์เอเชีย ก็เข้าเว็บแอร์เอเชียและล๊อกอินเข้าสู่ระบบเลยครับ เข้าไปตรง Manage My Booking แล้วเลือกดูเที่ยวบินที่เราจองไว้ ว่าเวลาบินเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่อย่างไร หรืออีกวิธีหนึ่ง ก็คือ เข้าสู่ระบบทำการจองตามปกตินี่หล่ะครับ เลือกวันไป-กลับ และเส้นทางที่เราจองไว้ เราก็จะได้เห็นว่า เที่ยวบินที่เราจองมีการเปลี่ยนแปลงเวลาใหม่หรือไม่

Q : ในกรณีที่สายการบินมีการเปลี่ยนแปลงเวลาบินใหม่ สายการบินจะแจ้งให้เราทราบอย่างไร ??
A : สายการบินจะมีการแจ้งให้ทราบทาง SMS ตามเบอร์โทรศัพท์ที่ได้แจ้งไว้ตอนจองตั๋ว โดยระบบอาจจะทยอยๆ แจ้งผู้โดยสาร อาจจะล่วงหน้านานถึง 6 เดือนก่อนการเดินทาง หรือ บางทีอาจจะแค่ 2-3 เดือนก่อนการเดินทาง ซึ่งถ้าผู้โดยสารที่ต้องการความชัวร์ กลัว SMS มาไม่ทันใจ แนะนำให้ลองเข้าไปดูเองที่ Manage My Booking หรือลองทำรายการจองเที่ยวบินนั้นดูครับ

Q : ในกรณีที่ตัวผู้โดยสาร ไม่สามารถเดินทางได้แล้ว ยังไงก็ไปไม่ได้ จะทำอย่างไรดี ??
A : ตั๋วโปรโมชั่นแอร์เอเชีย ที่เราจองแล้ว ไม่สามารถยกเลิกการเดินทางได้ เปลี่ยนชื่อไม่ได้ และไม่สามารถขอเงินคืนได้ครับ ถ้าหากไม่เลื่อนเปลี่ยนแปลงวันเดินทางใหม่ ก็ต้องทำใจ “ทิ้งตั๋ว” โดยผู้โดยสารสามารถขอเงินค่าภาษีสนามบินคืนได้ ภายหลังจากวันเดินทางไปแล้ว

ตัวอย่างเช่น ผู้โดยสารจองตั๋วโปรฯ เดินทางวันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 ก็รู้ทั้งรู้ว่าเดินทางไม่ได้ ก็ทำอะไรไม่ได้ครับ ก็ต้องให้ผ่านพ้นวันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 ไปก่อนจึงจะทำเรื่องขอคืนค่าภาษีสนามบินได้ (คืนได้แค่ภาษีสนามบินเท่านั้น ส่วนค่าบริการเสริมอื่น และค่า Convenience Fee ไม่สามารถขอคืนได้ครับ) ทำเรื่องผ่าน Call Centre 02-5159999 ได้เลยครับ
(สำหรับเที่ยวบินไทยแอร์เอเชีย (FD) และ อินโดนีเซียแอร์เอเชีย (QZ) ไม่มีค่าธรรมเนียมขอเงินภาษีสนามบินคืน แต่ถ้าเป็นเที่ยวบินแอร์เอเชียมาเลเซีย (AK) และแอร์เอเชียเอ๊กซ์ (D7) มีค่าธรรมเนียมขอคืนภาษีสนามบิน 10 ริงกิต/คน/เที่ยว ด้วยนะครับ)

Q : ในกรณีที่ตัวผู้โดยสาร อยากเปลี่ยนแปลงการเดินทาง จะทำได้ไหม ??
A : ทำได้ครับ โดยมีค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลง สำหรับการเปลี่ยนแปลงทางเว็บไซต์ ตรง Manage My booking จะประหยัดกว่าการเปลี่ยนกับเจ้าหน้าที่ Call Centre หรือที่เคาน์เตอร์ที่สนามบินนิดหน่อยครับ แต่อย่างไรก็ต้องโดนค่าส่วนต่างราคา ณ วันที่จอง กับวันที่แจ้งเปลี่ยนแปลงอยู่ดี อย่างน้อยที่จะต้องชำระเพิ่มก็หลักพันบาทครับ ซึ่งส่วนใหญ่ ถ้าคนที่จองตั๋วโปรฯ มามักจะยอมทิ้งตั๋ว ยอมซื้อตั๋วใหม่ มากกว่าที่จะเลื่อนตั๋วครับ

ภาพประกอบ
หน้าจอของ Manage My Booking หลังจากที่เราล๊อกอินเข้าระบบที่เว็บแอร์เอเชีย เข้าไปดูรายชื่อเที่ยวบินเราแล้ว ก็จะเป็นเช่นนี้
สามารถ เปลี่ยนแปลงเที่ยวบินเองได้ (มีค่าธรรมเนียม) เลือกที่นั่ง เลือกซื้อบริการเสริมต่างๆ (ตรง Update Traveller Details) ได้ตามอัธยาศัยครับ

(กรณีชำระเงินค่าบริการเสริม ไม่ต้องจ่ายค่า Convenience Fee อีกครับ)

มาถึงคำถามยอดฮิต สุดยอดคลาสิก ที่ถามกันบ่อยเหลือเกิน
แม้ หลังๆ อาจจะมี re-time บ้าง แต่ดีเลย์กระจุยกระจายไม่ค่อยมีแล้ว ตั้งแต่ใช้เครื่องใหม่ป้ายแดง ใหม่กิ๊ก ฝูงบินอายุน้อยที่สุดในสยามประเทศ

Q : ในกรณีที่สายการบิน เป็นผู้เปลี่ยนแปลงการเดินทาง สายการบินจะรับผิดชอบอย่างไรบ้าง ??
A : กรณีเที่ยวบินถูกเปลี่ยนแปลงเวลา (re-time) แบ่งเป็นช่วงเวลาดังนี้ครับ

กรณีเที่ยวบินถูกเปลี่ยนแปลงเวลาใหม่ ไม่เกิน 45 นาทีจากเวลาเดิม
–> ผู้โดยสารก็ต้องเดินทางตามเวลาใหม่นั้น ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ครับ ทำใจเสียเถอะ ถึงไปอ้อน Call Centre ก็ทำอะไรไม่ได้จริงๆ
(เคสนี้เจอได้บ้างครับ เลื่อน 40 นาที ก็ทำอะไรไม่ได้จริงๆ ได้แต่ทำใจ !!)

กรณีเที่ยวบินถูกเปลี่ยนแปลงเวลาใหม่ 45-59 นาทีจากเวลาเดิม
–> ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินได้ฟรี !! ไปเที่ยวบินก่อนหน้า หรือ หลังจากนั้นได้ 1 เที่ยวบิน ภายในวันเดียวกันเท่านั้น
(ตัวอย่าง เช่นไฟล์ทเชียงราย หรือ มาเก๊ารอบดึกสุด ที่ re-time ใหม่ ก็เลื่อนได้เฉพาะในวันเดียวกันเท่านั้นนะครับ จะขอแถมข้ามไปอีกวันหนึ่งไม่ได้ครับ)

กรณีเที่ยวบินถูกเปลี่ยนแปลงเวลาใหม่ 1-2 ชั่วโมง (60-119 นาที) จากเวลาเดิม
–> ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินได้ฟรี !! ทั้งขาไป-ขากลับ ภายใน 7 วัน นับจากวันเดินทาง
(เลื่อนได้ตามอัธยาศัย ใครๆ ก็ชอบจริงไหมครับ)

กรณีเที่ยวบินถูกเปลี่ยนแปลงเวลาใหม่ 2-3 ชั่วโมง (120-179 นาที) จากเวลาเดิม
–> ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินได้ฟรีทั้งขาไป-ขากลับ ภายใน 30 วัน นับจากวันเดินทาง
–> ผู้โดยสารสามารถขอเงินค่าโดยสารคืนเป็น Credit Shell (วงเงินในระบบของแอร์เอเชีย ซึ่งสามารถใช้ซื้อตั๋วกับแอร์เอเชียใหม่ได้โดยมีอายุ 3 เดือน)
(แนะนำ ว่า ให้นับเวลาดีๆ นะครับ : เคยมีเคสหนึ่ง โทรมาปรึกษาผม พี่เค้าบอกว่า เที่ยวบินเค้า re-time ไป 2.45 ชั่วโมง เค้าก็นึกว่าเลื่อนได้ 90 วัน ปรากฎว่า เค้าก็เลยจองโรงแรมไปเรียบร้อยแล้ว ปรากฎว่าแอร์เอเชียอนุญาตให้เลื่อนได้แค่ 30 วัน ก็เลยต้องเลือกแล้วหล่ะครับว่า จะทิ้งโรงแรม หรือทิ้งตั๋ว หรือไปซะ 2 รอบเลย)

กรณีเที่ยวบินถูกเปลี่ยนแปลงเวลาใหม่มากกว่า 3 ชั่วโมงขึ้นไป (180 นาที) จากเวลาเดิม หรือ เที่ยวบินถูกยกเลิก (Flight Cancelled)
–> ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินได้ฟรีทั้งขาไป-ขากลับ ภายใน 90 วัน นับจากวันเดินทาง
–> ผู้โดยสารสามารถขอเงินค่าโดยสารคืนเป็น Credit Shell (วงเงินในระบบของแอร์เอเชีย ซึ่งสามารถใช้ซื้อตั๋วกับแอร์เอเชียใหม่ได้โดยมีอายุ 3 เดือน)
–> ผู้โดยสารสามารถขอเงินค่าโดยสารคืนได้เต็มจำนวน (Full Refund) โดยเงินจะถูกโอนเข้าบัญชีบัตรเครดิต (ที่ใช้ชำระเงิน) หรือ บัญชีออมทรัพย์ไทยพาณิชย์ (กรณีชำระด้วย SCB Easy) ภายใน 45 วันนับจากวันแจ้งเรื่อง
เลื่อนเที่ยวบินได้ฟรี ผ่าน Call Centre ได้ตามอัธยาศัย
(เลื่อน ไม่จำกัดว่าจะเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือค่าตั๋ววันนั้นจะกี่บาท เลื่อนได้ฟรีหมดเลยทั้งขาไป-ขากลับ จึงทำให้มีหลายๆ คนที่สอยตั๋วจองชาตินี้ บินชาติหน้า ได้เพียรพยายามเฝ้าภาวนา บางรายถึงกับต้องแช่งให้มีการ re-time ทีเถอะ เพื่อจะสามารถเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินได้ฟรีนั่นเองครับ)

Q : มีเส้นทางไหนบ้าง ที่มีลุ้นจะถูก Re-time หรือ Flight Cancel ??
A : ตามประสบการณ์ผม เท่าที่เห็นๆ เส้นทางที่โดนเปลี่ยนตารางบินบ่อยมาก คงไม่พ้นเส้นทาง กรุงเทพ-สุราษฎร์ธานี, กรุงเทพ-อุบลราชธานี และ กรุงเทพ-นครศรีธรรมราช ครับ อาจจะสลับตารางบิน จากเย็นมาบ่าย หรือ เย็นมาเช้า เช้ามาเย็น ก็แล้วแต่ ซึ่งผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ ก็เท่ากับว่าได้สิทธิ์เลื่อนฟรี 1 ครั้ง แต่ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นนะครับ เลื่อนแล้วเลื่อนอีกไม่ได้ ส่วนเส้นทางหลักอื่นๆ ไม่ค่อยเลื่อนนะครับ หรือถ้าเลื่อน อย่างมากก็นิดๆ หน่อยๆ เท่านั้นเอง

Q : จองตั๋วไปตั้งนานแล้ว แต่งงานกำลังจะมีน้อง ใกล้จะคลอด สายการบินมีนโยบายอย่างไรบ้าง ??
A : สำหรับสุภาพสตรีมีครรภ์ อายุครรภ์ไม่ถึง 27 สัปดาห์ สามารถเดินทางได้โดยไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์ แต่ว่าถ้าอายุครรภ์ อยู่ระหว่าง 27-34 สัปดาห์ สามารถเดินทางได้โดยจะต้องมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าสามารถเดินทางด้วย เครื่องบินได้อย่างปลอดภัย และถ้าอายุครรภ์มากกว่า 34 สัปดาห์ สายการบินไม่อนุญาตให้เดินทางครับ ดังนั้น จองตั๋วต้องคำนวณดีๆ ด้วยนะครับ เผื่อว่าใครตั้งใจจะมีน้อง แต่ถ้ามีไปแล้ว ก็ให้ขอใบรับรองแพทย์ระบุชัดๆ ว่าไม่สามารถเดินทางได้ จึงจะสามารถขอเงินคืนได้ แต่มีค่าธรรมเนียมในการขอเงินคืนครับ (เท่าไหร่ไม่ทราบนะครับ)

Part 4 : ใกล้ๆ จะบินแล้วควรจะต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง ก่อนจะไปบิน ??
เมื่อผ่านข้ามภพข้ามชาติมา จริงๆ ก็แป๊บเดียวก็ถึงเวลาบินแล้ว สิ่งที่ให้เตรียมตัวก่อนที่จะบิน นั่นก็คือ การเลือกซื้อบริการเสริมอื่นเพิ่มเติม และ การทำเว็บเช็คอิน หรือการเช็คอินด้วยตนเองผ่านอินเตอร์เน็ต เพื่อความสะดวกสบายในการขึ้นเครื่องบินครับ

Q : เราจะซื้อบริการเสริมต่างๆ เพิ่มเติมได้อย่างไร ??
A : มีหลายช่องทางให้ซื้อครับ ทุกช่องทางสามารถจ่ายเงินสด หรือบัตรเครดิตก็ได้ ไม่ต้องจ่ายค่า Convenience Fee อีกครับ (ชำระค่านี้แค่ครั้งเดียวตอนที่ซื้อตั๋วเท่านั้น)

1. ทำรายการด้วยตนเองผ่านระบบ Manage My Booking ก็เข้าเว็บแอร์เอเชีย ล๊อกอินเข้าไป เลือกที่นั่ง หรือเลือกเข้าไปอัพเดต รายชื่อผู้โดยสาร ซึ่งในนี้ก็จะมีบริการเสริมให้เลือกซื้อเพิ่มเติม ทั้ง โหลดกระเป๋า, อาหาร หรือ ชุด Comfort Kit ก็เลือกซื้อตามอัธยาศัย จากนั้นก็ค่อยมาชำระเงินผ่านบัตรเครดิต, SCB Easy, E-Gift Voucher หรือ Credit Shell ก็ได้ครับ
2. ซื้อบริการเสริมผ่านทาง Call Centre 02-5159999 และชำระเงินด้วยบัตรเครดิตก็ได้
3. ซื้อบริการเสริมผ่านเคาน์เตอร์แอร์เอเชีย ที่สนามบิน สำนักงานขาย หรือห้างเทสโก้โลตัส แล้วชำระเงินด้วยเงินสด หรือ บัตรเครดิตก็ได้ (ปัจจุบันรูดบัตรหน้าเคาน์เตอร์ต้องมียอดมากกว่า 500 บาทจึงจะรูดได้ครับ)

หมายเหตุ : ในกรณีที่ทำรายการไม่ถึง 48 ชั่วโมงก่อนเครื่องออก จะไม่สามารถใช้บริการเดบิตตัดเงินผ่าน SCB Easy ได้ แต่ยังคงชำระเงินด้วยบัตรเครดิต ใบไหนก็ได้ ไม่ต้องเสียค่า Convenience Fee อีกครับ

Q : กรณีซื้อบริการเสริมเกินไปกว่าที่ต้องการ จะขอเงินคืนได้ไหม ??
A : ตัวอย่างเช่น ซื้อน้ำหนักกระเป๋าไป 25 กิโลกรัม แต่จะใช้จริงแค่ 15 กิโลกรัม หรือ ซื้อประกันภัยแล้ว เปลี่ยนใจจะไม่เอา หรือ เมื่อเลือกที่นั่งไปแล้ว แต่เปลี่ยนใจไม่อยากเลือกที่นั่ง เมื่ออ้อยเข้าปากช้างหางแดงแล้ว ย่อมไม่คาย ขอเงินคืนไม่ได้ครับ ดังนั้น ก่อนการซื้อบริการเสริมต่างๆ ต้องพิจารณาให้ดีว่ากำลังพอดีกับที่เราต้องการหรือไม่

โปรดระลึกเสมอว่า “อ้อยเข้าปากช้างหางแดงย่อมไม่คาย” ครับ

ภาพประกอบด้านล่าง
แสดงถึงส่วน Update Traveller Details ผ่านบริการ Manage My Booking ครับ เราสามารถเพิ่มเติมข้อมูลเรื่อง เลขที่พาสปอร์ต/บัตรประชาชน (จริงๆ จะไม่ใส่ก็ได้ เพราะผมไม่เคยใส่เลย) และ เลือกซื้อบริการเสริม เลือกได้พร้อมกัน ทั้งเลือกซื้อชุด Comfort Kit (ผ้าห่มสีแดง, ผ้าปิดตา, หมอนเป่าลมรองคอ) โหลดกระเป๋า อาหาร เลือกได้ตามใจชอบครับ

หมายเหตุ : สำหรับอาหาร ต้องซื้อก่อนเวลาออกเดินทางอย่างน้อย 48 ชั่วโมง ส่วนกระเป๋าต้องเลือกซื้อก่อนเวลาออกเดินทาง 24 ชั่วโมงครับ กรณีรหัสการจองเป็นแบบไป-กลับ นับจากวันเดินทางขาไปนะครับ ดังนั้น ถ้าซื้อขาไป ก็รวดซื้อขากลับทีเดียวเลยครับ เพราะบางทีย้อนกลับมาซื้อขากลับทีหลังอย่างเดียวเพิ่มไม่ได้ เพราะขาไปได้เดินทางไปแล้ว (ผมเคยโดนมาแล้วครับ ได้แต่ทำใจ !!)

Q : เริ่มทำเว็บเช็คอินได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ??
A : ปัจจุบันตั้งแต่เดือนตุลาคม 2553 ผู้โดยสารแอร์เอเชีย สามารถทำเว็บเช็คอินล่วงหน้าได้ถึง “7 วัน” ก่อนการเดินทาง จนกระทั่งถึง 4 ชั่วโมงก่อนเวลาออกเดินทางครับ เช็คอินได้ทุกเที่ยวบิน ยกเว้นเที่ยวบินแอร์เอเชียเอ๊กซ์ ไปออสเตรเลีย กับ ลอนดอน และผู้โดยสารกลุ่มพิเศษ ครับ หลังจากที่ทำรายการเสร็จเรียบร้อย เราก็สั่งพิมพ์บอร์ดดิ้งพาส กระดาษ A4 ไว้ตรงไปสนามบินได้เลยครับ

Q : กรณีไม่อยากเสียค่าเลือกที่นั่ง แต่อยากจะนั่งด้วยกัน จะทำอย่างไรดี ??
A : แนะนำให้ทำเว็บเช็คอินครับ โดยปกติระบบจะเริ่มสุ่มที่นั่งประมาณ 24-40 ชั่วโมง ก่อนเวลาออกเดินทาง ซึ่งถ้าเราไม่ได้เลือกที่นั่งไว้ ก็มีโอกาสถูกจับแยกที่นั่งกระจายกันได้ (แม้ หลังๆ ถ้าจองมารหัสการจองเดียวกัน ก็มักจะได้นั่งติดกัน หรือ ใกล้กันเสมอนั่นแล หากมาเป็นคู่อาจจะเจอทางเดินคั่นกลางระหว่างเราสอง เป็นต้น)

ในกรณีเที่ยวบินแอร์เอเชีย (ไทย/มาเลย์/อินโด) ที่บินด้วยเครื่องแอร์บัส A320 ปกติถ้าเช็คอินคนแรก จะได้ที่นั่งแถว 11A 11B 11C 11D 11E 11F และไล่ไปแถว 15 16 17 ไปเรื่อยๆ เว้นแต่ว่า ที่นั่งเหล่านี้จะมีคนจ่ายเงินเลือกที่นั่งล่วงหน้าไปแล้วครับ (บางเคส จากแถว 11 เลื่อนไปแถว 31 เลยก็มี ไม่ตายตัวครับ โดยปกติก่อนการทำเว็บเช็คอิน แนะนำให้เข้าไปดูผังที่นั่งว่างในระบบ Manage My Booking ก่อนครับ) ซึ่งตามประสบการณ์ผม ถ้าทำเว็บเช็คอินมาด้วยกันก็มักจะได้นั่งติดๆ กันหมดยกแผงครับ

ส่วนเที่ยวบินแอร์เอเชียเอ๊กซ์ (บินจากกัวลาลัมเปอร์ มากกว่า 4.40 ชั่วโมงขึ้นไป) บนเครื่องแอร์บัส A330-300 ถ้าเช็คอินคนแรก จะได้ที่นั่ง 50K และคนต่อไปเป็น 50H ไล่จากท้ายเครื่องแถว 50 49 48 มาทางด้านหน้าเครื่องเรื่อยๆ ครับ ซึ่งข้อดีของที่นั่งท้ายเครื่อง (ตั้งแต่แถว 44 เป็นต้นไป) จะเป็นที่นั่งคู่ ซึ่งค่อนข้างเป็นส่วนตัวมาก สำหรับคนที่เดินทางกันสองคนครับ

Q : จะบินแอร์เอเชียเอ๊กซ์ นั่งชั้นประหยัด ที่นั่งไหนบ้างที่มีปลั๊กไฟ ??
A : เดิมที สมัยก่อนที่แอร์เอเชียเอ๊กซ์ ยังให้บริการด้วยที่นั่งแบบมี PTV มากมาย (แต่นั่งไม่สบาย ก็เลยถอดทิ้งออกหมด) ทุกที่นั่งเคยมีปลั๊กไฟ แต่ปัจจุบัน ที่นั่ง Premium Seat ยังคงมีปลั๊กไฟทุกที่นั่งอยู่ แต่ที่นั่งชั้นประหยัดจะไม่มีปลั๊กไฟติดตั้งอยู่ครับ …..
ที่จะมี ก็มีที่นั่งอยู่ 2 ตัวที่มีปลั๊กไฟ แต่เป็นปลั๊กที่เค้าไว้ใช้ทำความสะอาดเครื่องบินนะครับ จะอยู่ตรงผนังข้างที่นั่ง 15K และ 35K ครับ

Q : คำถามคลาสิก อีกแล้ว …. นั่งฝั่งไหนไม่โดนแดด !! นั่งตรงไหนไม่ติดปีก เห็นวิวชัดๆ แจ่มๆๆ ???
A : ให้ดูทิศเส้นทางการบินเป็นหลักครับ ถ้าบินเช้า ขึ้นเหนือ นั่งฝั่งซ้ายไม่โดนแดด เช่นเดียวกัน ถ้าบินบ่าย บินลงใต้ ก็ต้องนั่งฝั่งซ้าย

ตัวอย่างเช่น บิน กรุงเทพ-เชียงใหม่ ไฟล์ทบ่าย ก็ต้องนั่งฝั่งขวา (ที่นั่ง DEF) หรือ กรุงเทพ-ฮ่องกง ไฟล์ทเช้า ก็ต้องนั่งฝั่งซ้าย (ที่นั่ง ABC)

ส่วน ที่นั่งตั้งแต่แถวที่ 8 จะเริ่มโดนเครื่องยนต์บังเล็กน้อย ไปจนถึงสุด Flap ที่แถว 19 ครับ ช่วงนี้อาจจะโดนปีกบังวิวหน่อย ก็แนะนำนั่งแถวหน้า หรือท้ายเครื่องไปเลย แต่ ถ้าท้ายเครื่อง อาจจะไม่เหมาะสำหรับคนตัวสูง > 180 ซม. เพราะ seat pitch แถวที่ 22-31 จะแคบกว่าที่นั่งด้านหน้า หัวเข่าอาจจะติด และถ้าบินไกลๆ จะรู้สึกอึดอัดกว่า อย่างบอกไม่ถูกจริงๆ ครับ

ภาพประกอบ
สรุป ถ้าไม่อยากเป็นกังวล ยอมเสียค่าเลือกที่นั่ง 50 บาท (หรือ 53.50 บาทสำหรับเที่ยวบินในประเทศ) เถอะครับ เพื่อความสบายใจ เลือกนั่งได้ตามใจชอบ (เลือกได้ที่ Manage My Booking ได้เองเลยครับ)

สำหรับเที่ยวบินนี้ หากทำเว็บเช็คอินตั้งแต่เนิ่นๆ พอดีว่าไฟล์ทนี้ที่นั่ง 11A มีคนจองไปแล้ว ดังนั้น ถ้าทำเว็บเช็คอินก็จะได้ที่นั่ง 11B และ 11C ไปแทน ซึ่งข้อเสียของที่นั่งแถว 11 ก็คือ ปรับเอนเบาะไม่ได้ครับ ดังนั้น ไฟล์ทนี้ผมก็เลยรอให้ระบบ random ที่นั่งซะเลย สบายใจกว่า …..

Q : เคาน์เตอร์เช็คอินเปิดกี่โมง และต้องมาก่อนเวลาก่อนเครื่องออกกี่นาที ??
A : เคาน์เตอร์เช็คอินแอร์เอเชีย (FD/AK/QZ) เปิดก่อนเวลาออกเดินทาง 2 ชั่วโมง และปิดก่อนเวลาออกเดินทาง 45 นาที ส่วนเคาน์เตอร์เช็คอินแอร์เอเชียเอ๊กซ์ (D7) เปิดก่อนเวลาออกเดินทาง 3 ชั่วโมง และปิดก่อนเวลาออกเดินทาง 1 ชั่วโมง

Q : กรณีเดินทางภายในประเทศ ไม่ได้โหลดสัมภาระลงใต้ท้องเครื่อง และทำเว็บเช็คอินเรียบร้อยแล้ว ยังต้องแวะเคาน์เตอร์เช็คอินอีกหรือไม่ ??
A : ไม่จำเป็นครับ ถ้าไม่โหลดสัมภาระ ก็เดินตรงไปที่ Gate ผ่านด่าน Security ไปได้เลยครับ โดยบนบอร์ดดิ้งพาส อาจจะยังไม่ได้ระบุ Gate ก็ดูตามป้ายหน้าจอในสนามบินเอาแล้วกันครับ

Q : กรณีเดินทางระหว่างประเทศ ไม่ได้โหลดสัมภาระลงใต้ท้องเครื่อง และทำเว็บเช็คอินเรียบร้อยแล้ว ยังต้องแวะเคาน์เตอร์เช็คอินอีกหรือไม่ ??
A : สำหรับการบินระหว่างประเทศ ผู้โดยสารจะต้องแวะตรวจเอกสารการเดินทาง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะประทับตราว่าตรวจแล้ว ก่อนที่จะไปผ่านด่าน ตม. ครับ สำหรับเคาน์เตอร์ที่สุวรรณภูมิคือเคาน์เตอร์ E1-E3 ครับ

Q : กรณีทำเว็บเช็คอินมาแล้ว และต้องการโหลดกระเป๋า จะต้องทำอย่างไรบ้าง ??
A : ติดต่อเจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์เช็คอิน เพื่อทำการโหลดกระเป๋า โหลดได้ตามน้ำหนักที่ได้เลือกซื้อไว้ สำหรับที่สุวรรณภูมิ คือเคาน์เตอร์ E1-E3

Q : เครื่อง Kiosk Check-in คืออะไร เปิดเช็คอินได้ตั้งแต่กี่โมง จนถึงกี่โมง
A : ถือว่าเป็นตู้เครื่องเช็คอินอัตโนมัติของแอร์เอเชีย ปกติจะตั้งอยู่พื้นที่ต่างๆ ใกล้ๆ กับเคาน์เตอร์เช็คอิน เปิดให้เช็คอินได้ 6 ชั่วโมง จนกระทั่ง 1 ชั่วโมงก่อนเวลาออกเดินทาง ซึ่งเวลาที่เช็คอินทำนี้ ระบบได้ทำการสุ่มที่นั่งไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นการเช็คอินที่เครื่องนี้ ก็ไม่ได้มีผลว่าจะได้นั่งตรงไหน

Q : เช็คอินกับเจ้าหน้าที่สามารถเลือกทีนั่งได้หรือไม่ ??
A : เลือกที่นั่งไม่ได้ครับ !! นอกจากต้องการอัพเกรดไปนั่งที่นั่งพิเศา Hot Seat มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 250 บาท

Q : กรณีไม่ได้ซื้อน้ำหนักกระเป๋าไว้ และต้องการโหลดกระเป๋าหน้าเคาน์เตอร์เช็คอิน คิดเท่าไหร่ ??
A : คิดอยู่ที่ 428 บาท/15 กิโลกรัมสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ โดยส่วนที่เกินจาก 15 กิโลกรัมแรก คิดกิโลกรัมละ 86 บาท และ 400 บาท/15 กิโลกรัมสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ โดยส่วนที่เกินจาก 15 กิโลกรัมแรก คิดเพิ่มกิโลกรัมละ 165 บาท

มาถึงคำถามยอดฮิต สำหรับท่านที่ต้องการประหยัด ไม่อยากเสียค่าโหลดกระเป๋ากัน (ผมก็คนหนึ่งหล่ะ)

Q : ถ้าไม่อยากจะโหลดกระเป๋า เราจะจัดกระเป๋าอย่างไรดี ถ้ามีกระเป๋าเสื้อผ้า 1 ใบ, เป้ 1 ใบ และกระเป๋าถือ จะเอาขึ้นเครื่องได้ไหม ??
A : ผู้โดยสารสามารถนำสัมภาระน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัมขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 1 ชิ้น ซึ่งจริงๆ แล้วใบที่ว่านี้หมายถึง กระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ จะเป็นกระเป๋าหิ้ว หรือ กระเป๋าลากก็ได้ (สำหรับกระเป๋าลาก ต้องขนาดไม่เกิน 22 นิ้ว ซึ่งจะใส่เข้าช่องเก็บเหนือศีรษะบน A320 ได้พอดี) ส่วนกระเป๋าถือ กระเป๋าเป้สะพาย กระเป๋าโน๊ตบุ๊ค หรือ กระเป๋ากล้อง และพวกถุงช๊อปปิ้ง สามารถนำขึ้นเครื่องได้ทั้งหมดครับ ดูได้ตามภาพประกอบนี้ ผ่านได้หมดครับ

แต่สิ่งสำคัญในการจัดกระเป๋าก็คือ จะต้องระวัง อย่าเผลอนำของมีคม เช่นมีด คัตเตอร์ กรรไกรตัดเล็บ ฯลฯ ติดไปในกระเป๋า และต้องระวังเรื่องปริมาตรของเหลว พวกแชมพู ยาสีฟัน ครีมอาบน้ำ เจล สเปรย์ ทุกชนิด ขวดจะต้องมีปริมาตรไม่เกิน 100 มิลลิลิตร และรวมกันทั้งหมดไม่เกิน 1,000 มิลลิลิตรต่อคน ซึ่งถ้าหากเกินจากนี้จะต้องถูกทิ้งไว้ ณ จุดตรวจค้นตรงด่าน Security ครับ

ดังนั้น ผมจึงแนะนำว่า ถ้าหากตั้งใจจะไม่โหลดกระเป๋า ก็ควรจะเตรียมพวกเครื่องใช้แบบพกพา เช่น สบู่เหลว, แชมพู, น้ำยาดับกลิ่นกาย ขวดเล็กๆ หรือยาสีฟันหลอดเล็ก จะได้ไม่มีปัญหาครับ

ภาพประกอบ … ลงทุนเป็นพรีเซนเตอร์เองเลยครับ !!
ลองไปผ่านที่สนามบินตัวแม่ บ้านใหญ่ของหางแดง
ที่ขึ้นชื่อความเขี้ยวอย่าง LCCT กัวลาลัมเปอร์

สิ่งที่เห็นทั้งหมดในภาพนี้ สามารถขึ้นเครื่องได้ทั้งหมดครับ !!
– กระเป๋าลากสีชมพู (ของคุณเธอ) น้ำหนักต้องไม่เกิน 7 กิโลกรัม สำหรับที่สุวรรณภูมิอาจจะมีสุ่มชั่งน้ำหนักด้วย (ส่วน LCCT ไม่ได้ชั่งครับ แต่จริงๆ เท่าที่ถามๆ ดู ถ้า 7-8 กิโลนิดๆ ก็ยังพอหยวนได้)
– กระเป๋าถือใส่ของ และ กระเป๋าโน๊ตบุ๊ค (ของคุณเธอ) ขึ้นได้หมดครับ
– กระเป๋าเป้ / กระเป๋ากล้อง / กระเป๋าสะพายข้าง ขึ้นได้หมดเช่นกัน

Q : อยากจะสอยตั๋วเป็นหมู่คณะ จะทำอย่างไรให้ได้ตั๋วถูกหมดทุกคน ??
A : เป็นอะไรที่ยากเหลือหลายครับ ถ้าจะเดินทางช่วงเทศกาล หรือหยุดสุดสัปดาห์ ทำใจได้เลยครับว่า ปริมาณที่นั่งอาจจะไม่ได้เยอะมาก หรือถ้ามีเยอะ คนอื่นเขาก็แย่งเหมือนกัน ดังนั้น ผมจึงมีคำแนะนำดังนี้ครับ
1. เลือกเดินทางไป-กลับ ช่วงกลางสัปดาห์ เพราะมีโอกาสได้เดินทางมากสุด
2. ระบบการจองแอร์เอเชีย ถ้าจองเองจะจองได้สูงสุดทีละ 9 คนเท่านั้นครับ (ถ้าจะจองมากกว่านี้ต้องจองตั๋วแบบกรุ๊ป ผ่านเบอร์พิเศษ 02-5159888 ซึ่งจะไม่มีโปรโมชั่นตรงนี้)
3. เวลาจองให้แยกเป็นกลุ่มย่อยครับ เช่นจองทีละ 5 คน อย่างไฟล์ทเชียงใหม่ ที่มีเที่ยวบินค่อนข้างถี่ ถ้าเดินทางหลายๆ คนจริงๆ อาจจะแบ่งเดินทางกันคนละรอบก็ได้นะครับ เช่นเดินทางไฟล์ทเย็น และไฟล์ทดึก (เวลาห่างกันประมาณ 2 ชั่วโมง) ก็อาจจะพอไหว เป็นต้น

—————————————————————————
Q : ควรไปถึงหน้า Gate (ประตูทางขึ้นเครื่องบิน) อย่างช้าที่สุดกี่นาทีก่อนเวลาออกเดินทาง ??
A : อย่างช้าควรไปถึงก่อนเวลาอย่างน้อย 15-30 นาที เพราะบนบอร์ดดิ้งพาสมีระบุไว้ว่า Gate ปิดก่อนเวลาออกเดินทาง 20 นาที ดังนั้น หากผู้โดยสารอื่นขึ้นเครื่องครบแล้ว นักบินสามารถนำเครื่องออกเดินทางได้ทันที (หาผู้โดยสารที่ยังตกค้าง กัปตันจะสั่งให้นำกระเป๋าออกจากเครื่องบินด้วย)

Q : กรณีแสดงตนไม่ทัน ตกเครื่องบิน หรือต้องการสละสิทธิ์การเดินทาง จะทำอะไรได้บ้าง ??
A : ทำใจครับ เดินคอตก ไปซื้อตั๋วเครื่องบินใหม่ได้เลย ไม่สามารถทำอะไรกับตั๋วเดิมได้อีก นอกจากแจ้งเรื่องขอภาษีสนามบินนั้นคืน โดยมีค่าใช้จ่ายในการขอภาษีสนามบินคืน (สำหรับเที่ยวบินแอร์เอเชีย มาเลเซีย (AK) และแอร์เอเชียเอ๊กซ์ (D7) 10 ริงกิต/เที่ยวบิน/คน ส่วนเที่ยวบินไทยแอร์เอเชีย (FD) และ อินโดนีเซียแอร์เอเชีย (QZ) ไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมในการขอเงินคืนแต่อย่างใด)

Q : กรณีสั่งอาหารไว้ ต้องการรับอาหารบนเที่ยวบินจะต้องทำอย่างไร ??
A : หลังจากเครื่องได้ได้ไต่ระดับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้เตรียมบอร์ดดิ้งพาส แสดงต่อพนักงานต้อนรับบนเครื่องเพื่อรับอาหารครับ โดยเมนูปัจจุบัน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2553 จะเป็นเมนูหลักเสิร์ฟพร้อมชา หรือ กาแฟ อย่างใดอย่างหนึ่ง

Q : ต้องการซื้อชุดอาหารร้อนบนเที่ยวบินที่สั้นกว่า 75 นาทีได้หรือไม่ ??
A : ปัจจุบันตั้งแต่เดือนตุลาคม 2553 ไม่มีอาหารร้อนจำหน่ายบนเที่ยวบินที่บินสั้นกว่า 75 นาที จะมีเพียงอาหารว่างเบาๆ พวกแซนวิชและขนมปังเบเกอรี่เบาๆ ส่วนยกเว้นแต่การสั่งจองอาหารล่วงหน้าไว้เท่านั้นครับ

อันนี้ คือทริปล่าสุดที่สั่งอาหารไว้ ก็จะมาพร้อมชา-กาแฟ ครับ
ถ้าเป็นไฟล์ท AK (แอร์เอเชียมาเลย์) จะเสิร์ฟเป็นชา-กาแฟ Old Town รสชาติอร่อยกว่าบนเครื่อง FD ครับ

Q : หากจองตั๋วราคาปกติ แต่ไม่ได้เดินทาง จะขอเงินคืนได้เท่าไหร่ ??
A : คืนได้แต่ “ภาษีสนามบิน” จริงๆ ครับ
ตัวอย่างเช่น จองตั๋วบิน กรุงเทพ-เชียงใหม่ ค่าตั๋ว 1,500 บาท (ราคาสมมติ) เลือกที่นั่ง 50 โหลดกระเป๋า 200 ค่าอาหารอีก 120 บาท (อันนี้ยังไม่ได้ใส่ vat นะครับ) หากไม่ได้เดินทาง ก็ได้คืนภาษีสนามบินแค่ 100 บาทเท่านั้นครับ นอกนั้นไม่ได้คืนเลยซักบาทเดียว ….

Q : หากขอคืนเงินภาษีสนามบินแล้ว จะนำเงินไปใช้ซื้อบริการอื่นๆ ได้หรือไม่ ?
A : กรณีที่ไม่ได้เดินทาง และทำเรื่องขอเงินค่าภาษีสนามบินคืน กรณีคืนเป็น Credit Shell จะสามารถใช้วงเงินนี้ได้ภายใน 48 ชั่วโมง หลังจากแจ้งเรื่องครับ ก็จะเห็นยอดเงินเราโผล่มาเป็นเงินริงกิต ซึ่งสามารถใช้ยอดเงินนี้ในการซื้อบริการเสริมต่างๆ (ใน Manage My Booking) หรือจะใช้เป็นส่วนลดในการจองตั๋วก็ได้ตามใจชอบเลยครับ

แต่ถ้าเลือกขอ คืนเงินเป็นเงินสดเต็มจำนวน เงินสดจะถูกโอนเข้าช่องทางที่ใช้จ่ายเงินมา อาทิเช่น บัตรเครดิต (ของเพื่อน หรือของใคร? ที่เราใช้รูด) หรือบัญชีออมทรัพย์ไทยพาณิชย์ (ของเพื่อน ของใคร ที่ใช้จ่ายเงินไปในวันที่ซื้อตั๋วนั้น) ภายใน 45 วันทำการ ซึ่งส่วนตัวผม เห็นว่าเวลาออกจะเนิ่นนานแบบนี้ ก็เลยเลือกเป็นคืนเงินแบบ Credit Shell จะได้ใช้เงินได้ทันใจกว่าครับ …

Q : เรื่องการทำเว็บเช็คอิน เช็คอินทั้งขาไป-ขากลับ พร้อมกันได้หรือไม่ ?
A : แห่ะๆ เช็คอินล่วงหน้าได้ 7 วันนับจากวันเดินทาง
ส่วนขากลับก็ล่วงหน้าได้ 7 วันนับจากวันเดินทางเหมือนกันครับ
ดังนั้น ถ้าบินไป-กลับ ภายใน 1-7 วันก็ทำเว็บเช็คอินทั้งขาไป-ขากลับได้พร้อมกันเลยครับ

ตัวอย่างเช่น เราบิน วันที่ 10 กลับวันที่ 14
เราสามารถทำเว็บเช็คอินขาไปได้ตั้งแต่วันที่ 3 และขากลับได้ตั้งแต่วันที่ 7
กรณีเราอยากทำเว็บเช็คอินทั้งไป-กลับ พร้อมกัน เราก็ทำเว็บเช็คอินในวันที่ 7-8-9 ก็เท่านั้นเองครับ

ใน วันเดินทางถ้าไม่มีกระเป๋าโหลด บินในประเทศก็ตรงไปที่ Gate ได้เลยครับ แต่ถ้าบินระหว่างประเทศต้องไป Verify เอกสารก่อนที่เคาน์เตอร์ E1-E2-E3 หรือถ้าโหลดกระเป๋าก็ไปแวะช่อง Baggage Drop ได้เลยครับ
ซึ่งคิวส่วนใหญ่จะสั้นอยู่แล้วครับ ไม่ต้องรอนานแบบเช็คอินตามปกติ

Q : ค่าประกันไม่เอาได้ไหม ?? ถ้าเลือกไปแล้วขอเงินคืนได้หรือไม่ ?
A : ประกันภัย AirAsia Insure เป็นแค่บริการเสริม ที่เราสามารถจะเลือกเอา หรือไม่เลือกก็ได้ (ต้องตัดสินใจระหว่างการจอง) ซึ่งถ้าเลือกไปแล้ว แต่เปลี่ยนใจไม่เอา หากจ่ายเงินไปแล้ว ก็ขอเงินคืนไม่ได้ครับ และหากถ้าตอนจองไม่ได้เลือก แล้วเปลี่ยนใจอยากซื้อ ก็กลับมาซื้อย้อนหลังไม่ได้เช่นกันครับ

ส่วนค่า Convenience Fee เป็นค่ารูดบัตรเครดิต ที่จะเกิดขึ้นเมื่อใช้บัตรเครดิตจ่ายค่าบริการ ซึ่งวิธีการหลีกเลี่ยงก็อยู่ คห. บนๆ เลยครับ แต่ถ้าจ่ายผ่านโมบาย ยังไงก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ

สำหรับมือใหม่ทุกท่าน เวลาจองอย่าเพิ่งลนลานนะครับ ค่อยๆ สอย
และ อย่าลืมดูตรงแถบขวาด้วยนะครับว่าเราได้จองเที่ยวบิน วันเดินทาง ชื่อผู้โดยสารถูกต้องทุกอย่างแล้วนะครับ ไม่งั้นจองผิดจองถูกจริงๆ ด้วย จะกลายเป็นเสียเงินซ้ำซ้อนไปนะครับ

ถึงคุณแม่ลูก 3 (ลูกอายุ 11, 10, 8 ขวบ) เวลาจองตั๋วต้องจองเป็น Adult ทั้ง 5 คนเลยครับ ลองเลือกค้นหาเที่ยวบินดู แต่อาจจะยากหน่อย เพราะต้องเจอราคาโปรถึง 5 คนในเที่ยวบินเดียวกัน

Q : ทำเว็บเช็คอินแล้ว แต่ได้ที่นั่งไม่ถูกใจ เสียค่าเลือกทีนั่งใหม่ 50 บาทได้ไหม ?
A : ได้เลยครับ ตอนที่ทำเว็บเช็คอิน ระบบจะระบุที่นั่งขึ้นมา ถ้าหากไม่ถูกใจ ก็ไปเลือกที่นั่งใหม่ จะมีแผนผังให้เลือกดูที่นั่งใหม่ได้ เว้นแต่กรณีทำเว็บเช็คอินหลังจากที่ระบบ random ที่นั่งไปแล้ว ถ้าหากไฟล์ทเต็ม ทุกที่นั่งเต็มก็จะไม่สามารถย้ายที่นั่งได้อีกครับ

Q : ตอนเช็คอินใช้อะไรเป็นหลักฐานในการแสดงตน ??
A : สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ ผู้ใหญ่ใช้บัตรประชาชนธรรมดานี่หละครับ ตอนกรอกข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษจริง แต่เวลาตรวจ พนักงานเขาก็จะดูว่า ชื่อไทยอ่านออกเสียงตรงกับชื่อภาษาอังกฤษตามที่จองไว้หรือไม่ ก็เท่านั้นเอง (ดังนั้น บินในประเทศ แม้สะกดไม่ถูกตามพาสปอร์ตเป๊ะๆ แต่อ่านออกเสียงได้เหมือนกัน เช่นชื่อ ณัฐวุฒิ สะกดเป็น Nuttawut หรือ Nuttawud หรือ Nattawood ก็ได้เหมือนกันหมดครับ เพราะอ่านออกเสียงได้เหมือนๆ กัน)

สำหรับเด็กที่ยังไม่มีบัตรประชาชน ให้ใช้สำเนาสูติบัตร ในการเช็คอินนะครับ

ส่วน เที่ยวบินระหว่างประเทศก็ต้องใช้พาสปอร์ต และที่สำคัญอย่าลืม print ใบ Itinerary แสดงรายละเอียดเที่ยวบินขาไป-ขากลับ ด้วยเพราะเจ้าหน้าที่จะต้องขอดูอย่างแน่นอนครับ

Q. เราควรจะทำเวปเช็คอินภายใน 7 วัน จนถึง ไม่เกิน 40 ชม.ก่อนเดินทาง หรือ ควรจะทำเวปเช็คอินช่วงก่อนเดินทาง 24 – 40 ชม. ครับ?
A. ต้องตอบว่าให้ทำล่วงหน้าก่อนที่ระบบมัน Generate ที่นั่งให้ครับ ซึ่งระบบมันจะทำช่วงประมาณ 24-48 ชั่วโมงก่อนเดินทาง (แต่ไม่รู้จริงๆว่ามันทำช่วงไหนกันแน่)

ดังนั้น ถ้าทำ Check in ล่วงหน้าก่อน 48 ชั่วโมง เราก็จะได้รับการ ระบุที่นั่งเดี๋ยวนั้นเลย … ซึ่งถ้าไปกัน 3 คน และคุณเป็น 3 คนแรกที่ Check-in คุณก็จะได้ที่นั่ง 11A 11B 11C ไปครอบครอง :)

แต่ถ้าเป็นผมนะ ผมรอให้มัน Generate ดีกว่า เพราะจริงๆ แล้วระบบคอมฯของหากแดง ก็มักจะให้ Booking เดียวกันนั่งติดกันอยู่แล้ว (แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นแบบนี้เสมอนะครับ)

Q. สมมติไปกัน 5 คน นั่งติดกัน 4 คน อีกคนนึงโดนแยกไป อยากนั่งด้วยกัน จะเสียค่าเลือกแค่ 1 คนรึเปล่าครับ?
A.ใช่ครับ ถ้ายังเปลี่ยนที่นั่งได้อยู่ และถ้าที่นั่งนั้นยังว่าง (ซึ่งโดยปกติไอ้ที่นั่งนั้นมันก็จะถูกระบุให้คนอื่นไปแล้วแหล่ะ)

Q : ถ้าอยากจะนั่งด้วยกัน ควรจะทำเว็บเช็คอินตอนไหนดี ??
A : กรณีทำเว็บเช็คอินล่วงหน้า 7 วันจนกระทั่งถึง 40 ชั่วโมงก่อนเวลาออกเดินทาง ระบบจะยังไม่ทำการสุ่มเลือกที่นั่งให้ ดังนั้น การจัดลำดับแถวที่นั่งก็จะเริ่มตั้งแต่แถวที 11 ไปเรื่อยๆ ซึ่งข้อเสียก็คือ แถวนี้ไม่สามารถปรับเอนเบาะได้ ดังนั้น ถ้ารอเช็คอินภายหลังจากที่ระบบสุ่มเลือกที่นั่งไปแล้ว (ผ่านช่วง 24-40 ชั่วโมงก่อนเวลาออกเดินทาง) ส่วนใหญ่ถ้าจองมาเป็น booking เดียวกันก็มักจะได้ที่นั่งติดกันอยู่แล้วครับ เว้นแต่ดวงไม่ดีจริงๆ ถึงจะโดนจับแยกกระจาย แต่ก็แล้วแต่ดวงจริงๆ ครับ

ส่วนกรณีการรอให้ สุ่มเอง แล้วปรากฎว่ามี 1 คนโดนแยกออกไป ถ้าหากยังมีที่นั่งว่างเหลืออยู่ (หลังจากที่ระบบสุ่มที่นั่งไปแล้ว) ก็สามารถย้ายที่ได้ครับ แต่ถ้าไฟล์ทเต็มๆ แน่นๆ ก็ย้ายที่นั่งไม่ได้ ก็ต้องนั่งไปตามนั้นครับ

Q : กรณีจะมีสมาชิกใหม่ 2 คนกำลังจะคลอดแล้ว เป็นฝาแฝด จะเลือกจองตั๋วอย่างไรดี ??
A : สำหรับน้องที่กำลังจะเกิดใหม่ อย่างไรถึงวันเดินทาง อายุน้องเค้าก็ไม่มีทางเกิน 2 ปีบริบูรณ์ อยู่แล้วครับ ดังนั้นเลือกซื้อที่นั่งแบบ infant ในภายหลัง ช่วงใกล้ๆ จะเดินทางก็ได้ครับ เพียงแต่ว่าน้องเค้าจะต้องนั่งตักผู้ใหญ่เท่านั้นเอง (ซึ่งมีผู้ใหญ่ถึง 9 คนร่วมเดินทางไป ไม่มีปัญหาอยู่แล้วครับ)

เว้นแต่ว่า จะจองที่นั่งแบบ adult (ซึงจะได้ที่นั่งเพิ่มอีก 2 ที่) ในราคาโปรโมชั่นให้น้อง ซึ่งน้องเค้ายังไม่ทันเกิดเลย คงจะระบุชื่อลำบากหน่อยนะครับ (เว้นแต่จะตั้งชื่อไว้ล่วงหน้าแล้ว)

ปัญหาที่มักจะเกิด อย่างเคสล่าสุดก็คือ ตอนที่จองตั๋วอายุยังไม่ถึง 2 ปีบริบูรณ์ แต่วันเดินทาง กลับกลายเป็นเด็กอายุ > 2 ปีบริบูรณ์ ซึ่งจะต้องซื้อตั๋วให้เป็น Child (2-12 ปี) แต่ราคาเดียวกับ Adult จ่ายค่าโดยสารเท่าผู้ใหญ่ ซึ่งถ้าเป็นเคสนั้น อาจจะต้องเหลือผู้ใหญ่ไว้ 2 คน เพื่อให้ดูแลเด็ก (Child 2-12 ปี) 2 คนครับ (หรือจองรวด 9 คนตามปกติ แล้วค่อยซื้อที่นั่งให้เด็กเพิ่มแต่จะจองออนไลน์ไม่ได้ ต้องไปจองผ่านเคาน์เตอร์ หรือ Call Center เท่านั้นครับ)

Q : กรณีจองตั๋วแล้ว ตั๋ว Confirmed แล้วแต่เพิ่งรู้ตัวว่าใส่คำนำหน้าผิด จะทำอย่างไรดี ??
A : กรณีจองชื่อ Mr. แล้วดันใส่เป็น Ms. แทนนั้นไม่ซีเรียสเลยครับ เราแก้เองไม่ได้ แต่ไว้ค่อยโทรหา Call Center (หลังจากพายุสีแดงหมดแล้วก็ได้ ไม่ต้องรีบเพราะบินตั้งปีหน้า) ให้เจ้าหน้าที่เค้าแก้ได้เลยครับ ไม่มีปัญหาอะไร เค้ายินดีแก้ให้อยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น ชื่อ ณัฐวุฒิ (อีกละชื่อนี้) แต่ดันใส่เป็น Ms. Nuttawut ซึ่งก็รู้อยู่แล้วว่าคนนี้หน่ะปู้ชายยยยย

Q : ตั๋ว 107 บาท/เที่ยวบิน เส้นทาง กรุงเทพ-เชียงใหม่ ต้องเลือกอย่างไรถึงจะได้ราคานี้
A : สิ่งสำคัญที่สุด เราจะต้องค้นหาเที่ยวบินที่เขียนว่า 0 THB หรือเที่ยวบินที่ไม่คิดค่าโดยสาร (ตามโปรโมชั่น Free Seat) จากนั้น สิ่งที่เราต้องระวังก็คือ “ต้องไม่เลือกซื้อบริการเสริมอื่นเลย” นั่นหมายถึง ช่วงที่กรอกชื่อ และข้อมูลผู้เดินทาง ตรงบริการเสริมด้านล่าง จะต้องเลือก No Check Bag (ไม่โหลดกระเป๋า), ไม่เลือกซื้ออาหาร ไม่ซื้อชุด comfort kit และตรงเลือกที่นั่ง ก็แจ้งว่าให้ระบบจัดให้ และพอขึ้น pop up ก็ต้องตอบว่า No

จากนั้นก็จะเข้าสู่หน้าจอการขายประกัน ก็ต้องเลือก No, Thank you แล้วหน้าต่อไปก็ต้องตอบ No อีกรอบหนึ่ง จนถึงหน้าชำระเงิน ซึ่งมีช้อยส์เดียว ที่จะทำให้จองได้ในราคานี้คือการชำระเงินผ่าน SCB Easy เท่านั้นครับ เพราะถ้าชำระเงินด้วยบัตรเครดิตก็ต้องโดนค่ารูดแน่นอน เลี่ยงไม่ได้

เท่านี้หล่ะครับ ถ้าไม่เจอผึ้งบินอีก ก็ได้ตั๋ว 107 บาทล้วนๆ มาครองแล้วครับ ถ้าหากไม่ได้บิน สละสิทธิ์การเดินทาง หลังจากวันเดินทางไปแล้วสามารถขอคืนได้ทั้งหมดเลยครับ

Q : ถ้าไม่ได้เลือกโหลดกระเป๋าไปแล้ววันเดินทางจะนำกระเป๋าใหญ่ไปโหลดได้ไหม ??
A : ถ้าหากกรณีนำกระเป๋าใหญ่กว่าที่กำหนด และนำน้ำหนักมากกว่า 7 กิโลกรัม จะต้องโหลดกระเป๋าลงใต้ท้องเครื่องบิน ในอัตราหน้าเคาน์เตอร์ ราคา 428 บาท/15 กิโลกรัม ซึ่งถ้าเราทราบล่วงหน้าว่ายังไงก็ต้องโหลดกระเป่า ซื้อบริการเสริมชำระล่วงหน้าก่อนจะคุ้มค่าที่สุดครับ (214 บาท/15 กิโลกรัม)

Q : จองตั่วได้แล้ว จะไปซื้อบริการเสริมโหลดกระเป่าเพิ่มเติมอย่างไรดี ??
A : เข้าเว็บแอร์เอเชีย ลีอกอินเข้าระบบ Manage My Booking และเลือกเที่ยวบิน เข้าไปเลือกบริการเสริมเพิ่มเติมได้เลยครับ หรือวิธีการง่ายกว่านั้น ก็ไปซื้อผ่าน Call Center หรือ เคาน์เตอร์ขายตั๋วแอร์เอเชีย ที่สนามบิน สำนักงานขาย หรือเทสโก้โลตัส บางสาขาก็ง่ายสบายๆ ครับ

Q : กรณีเดินทางกัน 3 คนพ่อ-แม่-ลูก ไม่ตั้งใจจะโหลดกระเป่า สามารถนำกระเป๋าขึ้นเครื่องได้อย่างไรบ้าง ??
A : แนะนำว่า ทุกคนสามารถสะพายกระเป่าเป้ได้หมด ส่วนกระเป๋าลากใบใหญ่ น้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม ก็แบ่งๆ กัน อาจจะพ่อลาก 1 ใบ และแม่ลาก 1 ใบน่าจะเพียงพออยู่นะครับ น้ำหนักที่ซีเรียสคือน้ำหนักกระเป่าลากใบใหญ่ ส่วนของเล้กๆ น้อยๆ ถ้าไม่ดูพะรุงพะรังเกินไปเค้าก็ไม่ได้ซีเรียสครับ

Q : เรื่องรถเข็นเด็ก จะเอาขึ้นเครื่องไปได้ไหม ทั้งๆ ที่ไม่ได้โหลดของอย่างอื่นเลย ??
A : สามารถเอาไปด้วยได้ครับ โดยตอนทีเ่ช็คอินต้องไปติด Tag ที่รถเข็นก่อน แ้ล้วเราก็เข็นเด็กไปจนถึงหน้า Gate จะมีเจ้าหน้าที่นำรถเข็นไปเก็บใต้ท้องเครื่องให้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พอเครื่องถึงปลายทาง ก็รอรับรถเข็นเด็กตรงหน้าเครื่อง หรือที่สายพานแล้วแต่จะตกลงกันครับ

Q : เรื่องไฟล์ทที่ re-time เป็นรอบดึกสุด จะเลื่อนเป็นไฟล์ทเช้าอีกวันหนึ่งได้ไหม ??
A : ได้ยินว่าแต่ก่อนเค้ายอมครับ แต่หลังๆ มาอย่างไฟล์ท มาเก๊า-กรุงเทพ รอบดึกสุดที re-time เค้าก็ไม่ยอมให้เลื่อนข้ามไปอีก 1 วันนะครับ ดังนั้นคาดว่าเค้าคงไม่ยอมหน่ะครับ

Q : เรื่องสะกดชื่อภาษาอังกฤษ ไม่ตรงกับพาสปอร์ตจะทำอย่างไร และแก้ไขข้อมูลตรงล๊อกอินของเราได้อย่างไร
A : สำหรับเรื่องการแก้ไขชื่อ ก็ไม่ยากครับ ถ้าสะกดผิดนิดๆ หน่อยๆ ก็โทรไปแจ้ง Call Center พร้อมกับ Fax สำเนาพาสปอร์ตไปที่เบอร์ 02-5159998 ให้เจ้าหน้าที่เค้าเปลี่ยนได้ฟรีครับ

ส่วนเรื่องชื่อในระบบล๊อกอิน เราก็สามารถเข้าไปแก้ให้ถูกต้องได้ แล้วก็กด save หรือ update ข้อมูลในระบบของเราเท่านั้นครับ เวลาเราจองตั๋วครั้งต่อไป ก็จะขึ้นชื่อที่ถูกต้องตามพาสปอร์ตครับ

Q.กรณีผมโดนเลื่อนไฟล์ท 65 นาที ผมสามารถเปลี่ยนไฟล์ทได้ไม่เกิน 7 วันถ้าผมกำหนดวันเปลี่ยนไปแล้ว (จำได้ว่าคุณยุ่งชะมัดบอกเปลี่ยนได้ครั้งเดียว) และทางแอร์เอเชียได้เลื่อนไฟล์ทอีกครั้งนึง เป็นเวลา 65 นาที ผมจะสามารถเปลี่ยนไฟล์ทได้อีกครั้งไหมครับ
A.ถ้าเปลี่ยนไปแล้ว เจอเปลี่ยนอีกรอบ ก็ได้สิทธิ์เปลี่ยนฟรีอีกรอบหนึ่งครับ ตามนั้นเลย

Q.กรณีจองคนเดียวตอนโปรแรก พอมีเพื่อนอยากตามไปจองทีหลังจะได้นั่งใกล้กันได้หรือไม่ถ้าไม่ใช้การเลือกที่นั่งแบบเสียตังค์
A.ถ้ารหัสการจองเดียวกันมักได้นั่งติดๆ กัน แต่ถ้าคนละรหัสการจองมีโอกาสที่จะถูกแยกนั่งกระจัดกระจายกันครับ จึงแนะนำว่าควรจะทำเว็บเช็คอิน เพื่อจะได้ล๊อกที่นั่งให้ได้นั่งด้วยกัน (รายละเอียดเรื่องเว็บเช็คอินอยู่ด้านบนนะครับ)

Q.นอกจากแอร์เอเชียแล้ว บินในประเทศมีสายการบินอะไรที่ราคาพอสู้กับโปรของแอร์เอเชียได้ เช่นนกแอร์ วันทูโก
A.ณ ปัจจุบัน นกแอร์ โอเรียนท์ไทย (วันทูโก) เค้าก็อยู่กันที่บ้านน้อยหลังเก่าที่ดอนเมือง และแอร์เอเชียก็อยู่สุวรรณภูมิเจ้าเดียว ดังนั้น นกแอร์/โอเรียนท์ไทย ก็เลยไม่มีโปรโมชั่นถูกระดับหลักร้อยอีกเลย เว้นแต่โปรพวก 1,290 บาทบ้างเป็นระยะๆ ก็เลยมีแต่แอร์เอเชีย ที่ขายตั๋วระดับหลักร้อย ซึ่งในอนาคต หลังจากที่ ไทยไทเกอร์แอร์เวย์ส เกิด ก็คงมีอะไรให้ได้ลุ้นกันอีกหน่ะครับ (ถ้าเสือน้อยลูกป้าหางม่วงได้เกิดนะ)

อ้างอิงจากกระทู้ : รวมมิตร FAQ แอร์เอเชีย : หลากหลายข้อสงสัย รับโปรโมชั่น Free Seat แบบกั๊กๆ ที่ไม่รู้จะกั๊กไปไหน [8 พย. 2553 : 23.00 น.]

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E9895439/E9895439.html

Short URL สำหรับบอกต่อโปรโมชั่น : http://www.promotiontoyou.com/?p=5276

——Advertisement——



Comments

comments



About the Author

Picha Roma
โปรโมชั่นทูยู เว็บยอดนิยมอันดับ 1 ของคนรักโปรโมชั่น รวมโปรโมชั่นสินค้าและบริการต่างๆอัพเดทส่วนลด โปรโมชั่นเด็ด และอีเว้นท์ต่างๆ ทุกวันทันใจ




 
 

 
Promotion-AirAsia-GO-Happy-Free-Flights-August.2014.jpg

โปรโมชั่น AirAsia GO Happy Free Flight จองโรงแรมได้บินฟรี! (กย.57)

โปรโมชั่นแรงๆต้อนรับการเปิดตัว AirAsia GO ประเทศไทย อย่างเป็นทางการกับโปรบินฟรีสุดคุ...
by Picha Roma
 

 
 
Promotion-AirAsia-2014-Select-Stop-Fly-Now-Save-Started-590.-.png

โปรโมชั่นแอร์เอเชีย 2557 เลือกเมือง บินเลย ไปไหนก็ประหยัดเริ่มต้น 590.-

โปรประจำสัปดาห์จาก แอร์เอเชีย เลือกเมืองบินเลย ไปไหนก็ประหยัด บินเที่ยวทั่วไทย...
by Picha Roma
 

 
 

โปรโมชั่นแอร์เอเชีย 2557 บินอย่างแชมป์กับราคาสบายๆเริ่มต้น 666.-

โปรโมชั่นใหม่มาไว จองให้คุ้มเลือกบินรูทราคาดีๆเริ่มต้นเบาๆแค่ 666 บาทเท่านั้น!!
by Picha Roma
 

 




15 Comments


  1. Mammoss_19

    จองตั๋ว โปรฯ 3 ที่นั้ง จองไม่ได้เมื่อระบุผู้โดยสารแต่ ทำไมถึงย้อยกลับไปหน้าแรกอีกคะ


  2. เวลาจองจากหน้าเว็บ บางครั้งถ้ามีคนเข้าไปจองเยอะเว็บมักจะมีปัญหาครับ


  3. Awassada

    ช่วยหน่อยค่ะ พอดีจองครั้งแรก เป็นตั๋วโปร ไปสุราษค่ะ จะไปสองคน แต่ว่าหน้าเพจมันรีเฟรชบ่อยมาก กรอกชื่อซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ เลยออกมาเป็นชื่อซ้ำกันทั้งสองที่นั่งติดเลยค่ะ ต้องทำอย่างไรดีคะ จ่ายเงินไปเเล้วค่ะ ไม่อยากเสียเงินเพิ่มเลย ก็ใครจะนั่งคนเดียวสองที่หล่ะคะ กรุณาตอบด้วยนะคะ


  4. อาจจะมีปัญหาเวลาที่มีคนเข้าไปใช้งานระบบจองเยอะๆครับ


  5. ลองติดต่อ Call Center ที่หมายเลข +66 2 515 9999
    เวลาทำการ : 8.00 – 21.00 น. (GMT+7)
    วันทำการ : ทุกวัน
    หรือทาง http://www.airasia.com/ask/ ครับ


  6. Hitmini

    ถ้าเราจองตัวผ่าน K-wabshopping เราจองเลี่มจากประเทศอี่นได้ไม(นอกจากประเทศไทย)


  7. Puddingkui

    โทร ไปช่วงนี้สายไม่ว่างตลอดเลยค่ะ จะติดต่อพนักงานรอครั้งนึงประมาน สิบนาทีก้อยังไม่ได้คุย พอจะทราบสำหรับเคสนี้บ้างไหมคะ


  8. ### กรณีต้องการติดต่อกับแอร์เอเชีย เพื่อสอบถามข้อมูล แก้ไขปัญหา ฯลฯ ร้องเรียน ตามนี้เลยครับ ###

    1. Call Center 02-5159999 (เปิด 8.00 – 21.00 น. ทุกวัน) ช่วงนี้เพิ่งย้ายออฟฟิศกลับมาอยู่กรุงเทพ จากเดิมรวมศูนย์กันที่มาเลย์ พนักงานอาจจะใหม่ประสบการณ์หน่อย แต่เดือนหน้า เห็นว่ามือฉมังจากมาเลย์กำลังจะกลับมาแล้ว
    2. ทางเว็บไซต์ ก็คลิ๊กลิ๊งค์นี้เข้าไปส่งข้อความเลยก็ได้ครับ

    http://www.airasia.com/my/en/faqdetailsform.html

    (แต่ได้ข่าวว่าไม่ค่อยมีใครตอบสนองเท่าไหร่)
    3. ทางเฟสบุ๊ค AirAsiaThailand อันนี้ก็จะมีทีมงาน Social Media รับมือท่านอยู่
    4. อีกหนึ่งตัวช่วยจากแอร์เอเชีย http://www.askairasia.com ก็จะคล้ายๆ กับกระทู้ FAQ อันนี้หล่ะครับ แต่ว่าเป็นเว็บอย่างเป็นทางการ ขี้เกียจโทรหา Call Center ก็ถามเฮียโทนี่ดูก็ได้
    5. สำหรับ Blueplanet พี่ท่านเข้ามาอ่านอัพเดตข่าวกระทู้เสมอครับ แต่ไม่มีทีมงานตอบ มีแต่ลูกค้าช่วยกันตอบเอง


  9. Rita

    ไม่มีบัตรเครดิตมีแต่บัตรเดบิตจะสามารถจองตั๋วได้ไหมค่ะ


  10. คาดว่าน่าจะได้ครับ เพราะบัตร K-web shopping Card ใช้แทนบัตรเครดิตในการทำธุรกรรมออนไลน์ได้


  11. เคสนี้คิดว่าไม่ได้นะครับ เพราะเวลาสมัครสมาชิกต้องมีการกรอกรายละเอียดของบัตรเครดิตลงในโพรไฟล์ของคุณด้วย บัตรเดบิตน่าจะใช้แทนกันไม่ได้ครับ

    แนะนำให้ลองสมัครบัวหลวง i-banking ของธ.กรุงเทพ หรือ k-web shoping card ของธ.กสิกร มาใช้แทนกันได้ครับ


  12. [...] ***สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยจองตั๋วเครื่องบินกับแอร์เอเชียลองอ่านรายละเอียดได้ที่นี่ค่ะ*** วิธีจองตั๋วเครื่องบินราคาถูกกับโป… [...]


  13. [...] ดุรายละเอียดวิธีการจองได้ที่นี่ วิธีจองตั๋วเครื่องบินราคาถูกกับโป… [...]



Leave a Reply

Your email address will not be published.


− 4 = three

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>